รัฐบาลฮ่องกงจวกสภานิติบัญญัติต่างชาติไม่ควรแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง

รัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกง (HKSAR) แสดงความเสียใจในวันนี้ที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอนุมัติกฎหมายที่เกี่ยวกับฮ่องกง โดยยืนยันว่า สภานิติบัญญัติต่างประเทศไม่ควรแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกงไม่ว่าจะด้วยรูปแบบใดๆก็ตาม

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้อนุมัติร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับฮ่องกง โฆษกของรัฐบาลฮ่องกงกล่าวว่า การจัดการที่ดีที่สุดในการรักษาความเจริญรุ่งเรืองและเสถียรภาพในระยะยาวของฮ่องกง และทำให้ฮ่องกงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยและทำงานนั้น หลักการ “หนึ่งประเทศ, สองระบบ” ได้ถูกนำไปใช้อย่างเต็มที่และประสบความสำเร็จในฮ่องกงนับตั้งแต่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้กับจีน

โฆษกระบุในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลฮ่องกงได้ใช้ “ชาวฮ่องกงบริหารฮ่องกง” และมีเอกราชในระดับสูงอย่างเคร่งครัดตามกฎหมายพื้นฐานของรัฐบาลฮ่องกง
โฆษกรัฐบาลฮ่องกงกล่าวว่า สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพในฮ่องกงได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่จากกฎหมายว่าด้วยสิทธิพลเมืองของฮ่องกงและกฎหมายอื่นๆ ของฮ่องกง นอกเหนือจากกฎหมายพื้นฐาน โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลฮ่องกงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพ และมุ่งมั่นที่จะปกป้องสิ่งเหล่านั้นไว้ เพราะเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญของรัฐบาลฮ่องกง

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq37/3055042

Related links

ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน 6 รมต.”พิพัฒน์”รวยสุดกว่า 5 พันลบ.-“สนธิรัตน์” ไม่มีหนี้สิน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประกาศบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประกอบด้วย รัฐมนตรีกรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน 6 ราย เมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 ประกอบด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 5,436,758,409.02 บาท ขณะที่มีหนี้สิน 225,983,525.91 บาท โดยแจ้งว่ามีรายได้ 56,901,600.00 บาท รายจ่าย 40,242,000.00 บาท

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 1,400,015,154.26 บาท หนี้สิน 63,624,361.77 บาท รายได้ 6,063,136 บาท รายจ่าย 16,271,772 บาท

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 149,131,970.98 บาท ไม่มีหนี้สิน รายได้ 2,288,880.00 บาท รายจ่าย 66,000,000 บาท

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 121,141,055.03 บาท หนี้สิน 38,593.49 บาท รายได้ 3,388,404.00 บาท รายจ่าย 1,808,000 บาท

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 97,204,912.97 บาท หนี้สิน 10,000,000 บาท รายได้ 782,610.40 บาท ไม่มีรายจ่าย

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 81,489,725.50 บาท หนี้สิน 849,359.28 บาท รายได้ 1,120,330.33 บาท รายจ่าย 648,042.00 บาท

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/3052427

Related links

กกต. แจงยังไม่ได้ชี้ขาดสมาชิกภาพ ส.ส.”นวัธ” ยังอยู่ระหว่างพิจารณา

รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ชี้แจงความเป็นสมาชิกภาพของนายนวัธ เตาะจริญสุข ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดขอนแก่น ตามที่ปรากฎตามสื่อต่างๆ ว่าสิ้นสุดลงนั้น สำนักงาน กกต.ขอชี้แจงว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ได้มีความเห็นว่าสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายนวัธ เตาะเจริญสุข สิ้นสุดแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำความเห็นเพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาต่อไป

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/3049189

Related links

“สุดารัตน์” ยันฝ่ายรัฐบาลเจรจาส.ส.เพื่อไทยย้ายขั้วจริง มอบหลักฐานให้ฝ่ายกม.ดำเนินการแล้ว

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันว่ามีการเชิญชวน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้ไปร่วมกับฝั่งรัฐบาลจริง เพราะมี ส.ส.ของพรรคมาเล่าให้ผู้บริหารพรรคฟัง โดยมีการพูดจูงใจให้มีการย้ายข้างเพื่อรองรับในการพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณ และการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ส่วนกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุให้เปิดคลิปหลักฐานนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า สำหรับคลิปเสียงและไลน์ที่เป็นหลักฐานนั้นได้รวบรวมให้กับฝ่ายกฎหมายดำเนินการแล้ว

“เรื่องนี้เกิดจากการปล่อยข่าวจากฝั่งรัฐบาลว่าในสมัยประชุมหน้าจะมี ส.ส.ย้ายพรรคไปกว่า 20 คน ส่วนตัวพอทราบถึงกระแสข่าวนี้ จึงได้ตอบกับสื่อมวลชนไป โดยไม่ได้ระบุถึงชื่อบุคคลใด… เราไม่ได้ต้องการมาบลั๊ฟทางการเมือง เพราะวันที่ให้สัมภาษณ์ไปครั้งแรกก็ไม่ได้บลั๊ฟใคร วันนั้นไม่ได้ระบุชื่อใครแต่วันนี้มีผู้มากบารมีมารับว่าเหมือนเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงและยินดีอ้าแขนรับ”

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/3046631

Related links

“วันนอร์”ระบุนายกฯ ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบผิดจริยธรรมร้ายแรง แนะช่องนำเรื่องเข้าสู่ศาลฎีกา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ อภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ กรณีนายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วน โดยระบุว่า การกระทำดังกล่าวนอกจากเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นประเด็นที่ถือเป็นการกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรงด้วยเช่นกัน ตาม พ.ร.บ.มาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2562 ซึ่งได้มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ เม.ย.62 ที่ผ่านมา

“มาตรฐานจริยธรรมนี้ ไม่ได้ออกตามใจใคร แต่ออกตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219, 234, 235, 236 และ 237 (1) และที่สำคัญกว่านั้น พ.ร.บ.จริยธรรมฯนี้ กำหนดให้มีคณะกรรมการ 1 ชุด คือ คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม (ก.ม.จ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน…โปรดรับทราบด้วยว่าท่านเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ และคนที่เป็นประธาน กลับไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง ประเทศนี้จะอยู่กันได้อย่างไร” หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าว

นอกจากนี้ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี 60 มาตรา 160 วรรค 5 ยังระบุว่า นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะต้องไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอันเป็นความผิดอย่างร้ายแรงด้วย ซึ่งศาลฎีกาได้พิจารณาออกระเบียบว่าด้วยการพิพากษาคดีที่เกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ.2561 และได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ต.ค.61 ซึ่งหากจะให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัตินี้ กรณีของนายกรัฐมนตรีที่นำคณะรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบนี้ จะต้องนำขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/3043371

Related links

ปธ.วิปรัฐบาลชี้สถานะ “พ.ต.ท.ไวพจน์” ให้รอฟังคำพิพากษาหลังศาลชี้ชะตา 31 ต.ค.

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงสถานะของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ อยู่ระหว่างหมายเรียกของศาลให้ไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 31 ต.ค.62 ซึ่งหลังจากวันนั้น คงได้เห็นช่องทางตามกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งยอมรับว่ากังวลใจเรื่องของเสียงรัฐบาลเช่นกัน แต่ยังคงคิดไปในทางที่ดีว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ จะยังเป็น ส.ส.ให้พรรคพลังประชารัฐอยู่ ดังนั้นตอนนี้จึงยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดถึงเรื่องการวางตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ต้องรอฟังคำพากษาในวันที่ 31 ต.ค.ก่อน

สำหรับภาวะเสียงรัฐบาลที่ปริ่มน้ำถือเป็นเรื่องปกติ เรื่องของพรรคเล็กก็ต้องค่อยๆ คุยกัน ไม่น่าจะมีปัญหา ที่ผ่านมาตั้งแต่สัปดาห์แรกจนถึงสัปดาห์นี้ ซึ่งเหลืออีกไม่กี่วันก็จะปิดสมัยประชุม งานสภาถือเป็นงานหลักที่วิปรัฐบาลต้องดูแลมาโดยตลอด แม้จะลำบากแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี

ส่วนจะมีการชักชวนพรรคการเมืองอื่นๆ มาร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายวิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้เสียงของรัฐบาลเมื่อหักเสียงของพรรคเล็กที่แยกตัวออกไป 2 พรรค เสียงของรัฐบาลก็จะอยู่ที่ 249 เสียง เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร

“ไม่เป็นไร เราอยู่ได้ เพราะอย่าลืมว่าเสียงของ ส.ส.ทั้งสภาในขณะนี้อยู่ที่ 498 เสียง ซึ่งครึ่งหนึ่งก็คือ 249 เสียง นอกจากนี้เวลาประชุมสภา หากสังเกตก็จะพบว่าเวลาประชุมจะมี ส.ส.มาเซ็นชื่อเข้าประชุมอยู่ที่ประมาณ 400 กว่าเสียง และเวลาลงคะแนนก็จะอยู่ที่ประมาณ 200 กว่าเสียง ซึ่งถือว่าเป็นไปตามธรรมชาติ” นายวิรัชระบุ

ส่วนการเตรียมความพร้อมหากมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม นายวิรัช กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อม หากพรรคส่งผู้สมัครลงในพื้นที่ใด ก็ตั้งความหวังไว้ทุกที่ และก็หวังว่าจะมีเสียงเพิ่มมากกว่าในขณะนี้

ประธานวิปรัฐบาล ยังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ในส่วนของรัฐบาลเองกำลังประสานกับนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล เพื่อเตรียมเรื่องยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะมีการยื่นภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ (13 ก.ย.)

ส่วนกรณีที่มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่บรรจุญัตติดังกล่าวเป็นญัตติด่วนนั้น นายวิรัช กล่าวว่า หากทิ้งช่วงให้ตกผลึกสักระยะน่าจะเป็นการดี เพราะเดือนพ.ย.ก็จะกลับมาเปิดประชุมสภาฯ แล้ว ดังนั้นให้เวลาเป็นเครื่องมือช่วยให้ตกผลึกในการทำงานจะดีกว่า

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3040961

Related links

“ธรรมนัส”เคลียร์ปมซื้อขายเก้าอี้600ล้านบาทพา“หมอธี”ยกมือไหว้ขอโทษ“วราวุธ”

“ร.อ.ธรรมนัส”มือประสานพรรคร่วมรัฐบาลเคลียร์ปมซื้อขายเก้าอี้600ล้านบาท“วราวุธ” ไม่ติดใจ ยุติการฟ้องกลับ แอบติง“หมอธี”ต้องคิดก่อนพูด

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงการซื้อขายตำแหน่งระดับอธิบดีในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสอบถามแล้วพบว่าไม่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ จึงได้เรียกนายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บางขุนเทียน พรรคพลังประชารัฐ มาชี้แจงต่อสื่อมวลชน

นายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์ ชี้แจงว่า เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าคลิปเสียงเป็นเรื่องอธิบดีขึ้นเงินเดือนให้กับภรรยาตนเอง ไม่ใช่คลิปเสียงเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ 600 ล้านบาท กับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยอมรับว่าได้รับข้อมูลมาเร็วเกินไป จึงขออภัยกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้น ยืนยันว่าพรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นทำงานรับใช้ประชาชนเช่นเดิม

จากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์ ได้ขึ้นมาพูดคุยกับนายวราวุธที่ห้องทำงานชั้น 4 ในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เกียกกาย ก่อนที่ ร้อยเอกธรรมนัสจะแถลงว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิด จึงได้ให้นายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์มาขอโทษนายวราวุธ ซึ่งนายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์ยกมือไหว้ขอโทษนายวราวุธ โดยนายวราวุธยืนยันว่า จะได้ชัดเจนว่าตนเองไม่ได้เกี่ยวข้อง หากยอมรับผิด ตนก็ลูกผู้ชายพอ ผิดก็คือผิด จบก็คือจบ ไม่ฟ้องต่อ ส่วนการสอบสวนเรื่องร้องเรียนก็ดำเนินการไปตามกระบวนการอยู่แล้ว ไม่ได้ยกเว้นอะไร ซึ่งหลังจากแถลงข่าวเสร็จสิ้น นายวราวุธได้ติงนายสัตวแพทย์ธีทัชฐ์ในเชิงหยอกล้อว่า”พี่หมอ พี่หมอจะพูดอะไรก็คิดดีๆก่อนนะ”

ที่มา https://www.posttoday.com/politic/news/599866

Related links

นายกฯ สั่งวิเคราะห์ข้อมูลความยากจนรายจังหวัด เพื่อออกแบบนโยบายแก้ปัญหาแบบถูกฝาถูกตัว

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งการให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องวิเคราะห์ข้อมูลความยากจนรายจังหวัดเพื่อนำมาใช้พิจารณาออกแบบนโยบายแก้ปัญหาความยากจนให้ได้ตรงจุดแบบถูกฝาถูกตัว

โดยแนวทางการแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืนนั้นแบ่งออกเป็น 4 มิติ คือ การเข้าถึงความจำเป็นขั้นพื้นฐาน การพัฒนาคุณภาพชีวิตและทักษะอาชีพ การหางานให้ทำ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการออกแบบให้ถูกฝา ถูกตัว และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้มีรายได้น้อยเบื้องต้นสามารถจัดออกเป็น 4 กลุ่มเป้าหมาย เพื่อออกแบบนโยบายให้สอดรับกัน ได้แก่ 1.กลุ่มจังหวัดเศรษฐกิจแข็งแกร่ง และมีความพร้อมสูง จำนวน 29 จังหวัด เน้นการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ 2.กลุ่มจังหวัดเศรษฐกิจค่อนข้างแข็งแกร่ง จำนวน 8 จังหวัด เน้นการพัฒนาอาชีพ และการหางานให้ทำ 3.กลุ่มจังหวัดที่ขาดเครื่องยนต์ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ หรือขาดความพร้อม จำนวน 7 จังหวัด เน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต และ 4.กลุ่มจังหวัดเศรษฐกิจอ่อนแอและขาดความพร้อม รวม 32 จังหวัด แบ่งเป็น จังหวัดที่ติดกับดักความยากจน ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วนทั้ง 4 มิติ จำนวน 12 จังหวัด ส่วนอีก 20 จังหวัดที่เศรษฐกิจอ่อนแอ ต้องเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาอาชีพ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/3034680

Related links

“ไพบูลย์” แถลงเลิกพรรค “ประชาชนปฏิรูป” เตรียมซบ “พปชร.” ชี้ อุดมการณ์ตรงกัน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ตนจะเลิกทำพรรค “ประชาชนปฏิรูป” เป็นไปตามมติเอกฉันท์ของกรรมการบริหารพรรคที่ให้เลิกทำพรรค เพราะเห็นว่าพรรคมี สส.แค่คนเดียว ส่วนกรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่ไม่มีเวลาในการจัดตั้งสาขา รวมทั้งประสานงานสร้างตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดอีก 69 พรรคตามกฎหมายเลือกตั้งสส.และพรรคการเมือง

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนเองจะต้องหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดเพื่อรักษาสถานภาพความเป็นสส.ให้ได้ภายใน 60 วัน หลังยกเลิกพรรคการเมือง เบื้องต้นได้คุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐว่าจะขอย้ายเข้าไปร่วมสังกัดกับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งพล.อ.ประวิตรก็ไม่ได้มีความขัดข้อง โดยจะขอให้อยู่ช่วยงานกับพรรคพลังประชารัฐด้านกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวจะต้องรอให้กระบวนการยกเลิกกิจการพรรคการเมืองเสร็จสิ้นตากกฎหมายก่อนที่จะต้องมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ส.ค. จากนั้นจะเข้าสมัคร และมีสถานภาพเป็น สส.พรรคพลังประชารัฐเต็มตัวนับตั้งแต่วันสมัคร และเป็นการเพิ่มจำนวนสส.พรรคพลังประชารัฐจาก 116 เสียง เป็น 117 เสียง

นายไพบูลย์บอกอีกว่า ตนและพรรคพลังประชารัฐมีอุดมการณ์ตรงกันคือ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ และเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้ประชาชนนำมาปฏิบัติ

ที่มา https://www.sanook.com/news/7873010/

Related links

“สิระ” เตรียมขน 8 ส.ส. ลงตรวจที่ดิน “อดีตตำรวจชั้นผู้ใหญ่” ใหญ่แค่ไหนก็ติดคุกได้

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (18 ส.ค.) ตนและ ส.ส.อีก 8 ท่านจากพรรคพลังประชารัฐและพรรคภูมิใจไทย จะลงพื้นที่ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่การก่อสร้างโครงการก่อสร้างแห่งหนึ่ง ที่ได้ยื่นคำขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยจำนวนหลายอาคารต่อเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต โดยมี อดีตตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินเเปลงดังกล่าว

โดยในวันจันทร์ที่ 19 ส.ค.จะมีการเข้าพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อสอบถามการอนุมัติการก่อสร้างที่น่าจะกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

“เรื่องนี้มีข้าราชการกระทำผิดชัดเจน โดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปโดยทางไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้น ตนไม่สนใจว่าที่ดินแปลงนี้จะเป็นของใคร แต่หากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ขนาดไหนก็ย่อมติดคุกได้ หากท่านทำผิดจริง รวมไปถึงข้าราชการที่ให้ความร่วมมือกระทำความผิดในครั้งนี้ก็ต้องได้รับโทษด้วยเช่นกัน” นายสิระ กล่าว

ที่มา https://www.sanook.com/news/7868610/

Related links