‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ลุยจตุจักร กรี๊ดลั่น ป้ายเชียร์เพียบ! ขอแฟนคลับ ไม่การเมืองนะ

3 ป. จับมือลุยพบผู้ค้าตลาดจตุจักร แหนคลับถือป้ายเชียร์แห่ขอถ่ายรูปบอกรัก “ลุงตู่” เจ้าตัวย้ำไม่อยากให้ ปท.แตกแยกวุ่นวาย

จตุจักร ตู่ ป้อม ป๊อก – เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 16 ก.พ.ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร กทม.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม และคณะ ลงพื้นที่ตลาดจตุจักร

เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการจัดทำสัญญาให้สิทธินำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในบริเวณตลาดนัดจตุจักรระหว่างกรุงเทพมหานคร กับกลุ่มผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร โดยมีพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. และผู้บริหารกทม.ให้การต้อนรับ ซึ่งมีกลุ่มผู้ค้าถือป้ายไวนิลข้อความต่างๆ อาทิ ขอขอบพระคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และคณะทำงานคณะทำงาน กขป.5 สหกรณ์บริการผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร

รวมถึงป้าย “รักลุงป้อม” บิ๊กป้อมสั่งแก้ปัญหาตลาดนัดจตุจักร และป้ายชาวตลาดนัดจตุจักรยินดีต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะ ซึ่งในตอนแรกก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางถึง เจ้าหน้าที่เตรียมที่จะเก็บป้ายดังกล่าวแต่ทางทีมงานยืนยันว่าไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะเป็นป้ายขอบคุณไม่เข้าข่ายการหาเสียงจึงอนุญาตให้นำไปดังกล่าวมาตอนรับต่อได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับกลุ่มผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรตอนหนึ่งว่า ตนต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรี กรุงเทพมหานคร และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง วันนี้เป็นวันหนึ่งที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น หลายอย่างเรากำลังปรับปรุงแก้ไขไปตามลำดับ กฎหมายต่างๆที่ต้องใช้เราก็ดูแลให้เกิดความเป็นธรรม ตนดีใจที่วันนี้ได้เจอคนจตุจักร ตนก็เป็นสมาชิกจตุจักรเก่า สมัยก่อนไม่รู้จะไปไหนก็มาเดินจตุจักร เพราะว่าตลาดจตุจักรเป็นเสน่ห์ของประเทศไทยทำให้ชาวต่างชาติมาเที่ยว ซึ่งวันหนึ่งมีคนเข้ามาในตลาดจตุจักรเกือบ 200,000 คน รายได้ 8.5 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้ของผู้มีรายได้น้อย

ทั้งนี้กฎหมายและระเบียบต่างทำให้เกิดความเท่าเทียม ทำให้ทุกคนเท่าถึง ซึ่งปัญหาต่างๆมีจำนวนมากแต่ก็ต้องช่วยกันแก้ไข รัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาแล้ววันนี้ทุกคนก็ดีใจที่ได้มาทำสัญญาทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง และจากนี้จะต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป อีกทั้งจะต้องดูแลในเรื่องของความสะอาด ขยะ เพราะเสน่ห์ของตลาดคือต้องสะอาด รวมถึงการพูดจาที่ไพเราะและมีรอยยิ้มสดใส ไม่ใช่อารมณ์เสีย ขณะเดียวกันอยากให้แก้ปัญหารถติดและการจราจรรอบพื้นที่จตุจักรเพื่อความสะดวกขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนไทยต้องรักกัน ถ้ารักกันจะหาทางแก้ได้ แต่ถ้าไม่ถูกกันไม่ชอบกันเลยก็จะหาทางแก้อะไรไม่ได้ เพราะต่างคนต่างมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน ประเทศไทยก็จะเดินหน้าไปไม่ได้ ตนไม่อยากให้ประเทศไทยแตกแยกกันอีกต่อไป ตนขอแค่นั้น วันนี้ก็เห็นมันวุ่นวายกันเหลือเกิน ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรอยู่ที่จิตใจคนต้องอยู่กันให้ได้ วันนี้เรามาทำความดีให้จตุจักร แม้วันนี้เป็นวันเสาร์เป็นวันหยุดแต่เราต้องไม่หยุดรักกัน ไม่ว่าวันไหนก็ต้องรักกัน ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันไปเห็นผู้ค้าคนหนึ่งชูป้ายข้อความว่า “รักลุงตู่ที่ซู้ดดด…รักพี่ป้อมมากๆ…” จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงชอบใจ ว่า “เดี๋ยวก็เป็นประเด็นอีก ไม่เอาการเมืองไม่พูด ไม่เกี่ยว เดี๋ยวก็มีเรื่องทุกที เรื่องการเมืองผมไม่ขอพูดเดี๋ยวเป็นประเด็นการเมืองอีกทำงานไม่สะดวก น่าเบื่อเหมือนกัน การเมืองเป็นเรื่องของอนาคต”

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินตรวจเยี่ยมตลาดนัดจตุจักร พร้อมทักทายผู้ค้าและประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของ โดยได้พูดคุยท่องเที่ยวกับชาวต่างชาติ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าบางส่วนได้มอบดอกไม้ขอถ่ายรูปร่วมกับนายกฯเป็นที่ระลึก ขณะที่บางส่วนได้เข้ามาขอบคุณพล.อ.ประวิตร ที่ช่วยดำเนินการในการปราบปรามมาเฟียสวนจตุจักร และการจัดระเบียบแผงค้า

จากนั้นเวลา 09.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยทั้ง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ และคณะได้ร่วมกันรับประทานอาหารเช้า ที่ “ร้านเหมียวข้าวแกงใต้” ภายในตลาดนัดจตุจักร โดยกล่าวกับทีมงานว่า “หิวข้าวแล้ว ขอฝากท้องไว้ที่จตุจักร” ภายหลังทานอาหารเช้าเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมร้านค้าขายในตลาด และก่อนเดินทางกลับได้พูดคุยกับผู้ค้าหนังสือเก่าที่อยู่ด้านในตลาดผ่านรั้ว พร้อมกล่าวว่า “ความรักไม่มีอะไรกัน” ซึ่งระหว่างนั้นผู้สื่อข่าว ได้สอบถามว่ารู้สึกอย่างไร ที่ผลโพลตอนนี้ ชื่อของพล.อ.ประยุทธ์มาเป็นอันดับ1 ในการเป็นแคนดิเดตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าวได้เพียงแต่ยิ้มและพยักหน้า

ภายหลังจากเดินตลาดนัดสวนจตุจักร นายกฯได้เรียกผู้สื่อข่าวมาถ่ายรูปร่วมกัน จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีเวลาจะมาเดินเช่นนี้อีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มาๆ ถ้ามีเวลาจะมาอีก เมื่อก่อนก็มาเดินที่จตุจักรเป็นประจำเพราะไม่รู้จะไปไหนส่วนใหญ่ก็มาถึงที่นี่ เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่มีแฟนคลับมาให้กำลังใจค่อนข้างเยอะ นายกฯกล่าวว่า ก็ดี ได้มาดูในสิ่งที่ได้มอบนโยบายลงไป ซึ่งก็มีคณะกรรมการ ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ดูแลอยู่แล้ว

ที่มา ข่าวสด

ศาลรัฐธรรมนูญ นัด 14 ก.พ. วินิจฉัยคำร้องยุบพรรคไทยรักษาชาติ

ศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมวินิจฉัย รับ-ไม่รับคำร้อง ปมยุบพรรคไทยรักษาชาติ พรุ่งนี้

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 13 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงว่า เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการกกต.ให้มายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีกกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิฉัย เพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)​ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องไว้ในทางธุรการและอยู่ระหว่างการตรวจคำร้อง โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะเสนอคำร้องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 13.30 น.

ที่มา Sanook News

‘8 กุมภาฯ’ ทำ ‘ทักษิณ’ พ่าย ในสงครามการเมือง

“รองศาสตราจารย์ สังศิต พิริยะรังสรรค์” ชี้ 8 กุมภาฯทำทักษิณพ่ายในสงครามการเมือง

โดยระบุว่า สถานการณ์ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการเมืองและการเลือกตั้งของไทยในขณะนี้ค่อนข้างสูงกล่าวคือ

  1.พรรคไทยรักษาชาติต้องยุติบทบาททางการเมือง ในแง่พฤตินัยอย่างน้อยที่สุดเป็นการชั่วคราว แต่มีความโน้มเอียงสูงว่าพรรคการเมืองพรรคนี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายด้วย ดังนั้นพรรคไทยรักษาชาติคงไม่สามารถรณรงค์หาเสียงต่อไปได้แล้ว ยุทธศาสตร์ของคุณทักษิณที่กำหนดไว้ให้ ทษช. เป็นพรรคที่เก็บคะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงไม่เป็นจริงอีกต่อไป

2.ผลกระทบของ ทษช. ส่งผลให้พรรคการเมืองของคุณทักษิณทำงานได้ลำบาก พรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อไทยและพรรคที่เหลือทั้งหมด ต่างต้องถอยหลังหรือประกาศยุติการหาเสียงในบางพื้นที่แล้ว การต้องเสียเวลากับการปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงใหม่หมด เป็นตัวกำหนดให้เกิดกระแสนิยมของคุณทักษิณทั้งหมดตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว

3.พลังสำคัญที่ไปเร่งให้พรรคการเมืองของคุณทักษิณตกต่ำหนักลงไปอีก คือความหวาดระแวงและความกลัวของบรรดานายทุนที่สนับสนุนทางด้านการเงินให้แก่พรรคของคุณทักษิณ จะถอยห่างออกมา พรรคการเมืองที่ขาดน้ำเลี้ยงในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เหมือนกองทัพที่มีทหารแต่ไม่มีข้าวปลาอาหารจะบริโภค ขวัญของทหารจะตกต่ำและค่อยๆพากันหนีทัพอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

4.คะแนนนิยมส่วนตัวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพลังประชารัฐจะตีกลับ คนจะตัดสินใจเลือกพลเอกประยุทธ์เพราะเห็นว่าการกระทำความผิดของคุณทักษิณในครั้งนี้โจ่งแจ้งและมิบังควรเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทำให้คนไทยทั้งประเทศตกอยู่ในความไม่แน่นอนของอนาคตอยู่ตลอดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พฤติกรรมของ ทษช. ในครั้งนี้ได้ทำให้ภูมิรัฐศาสตร์ของไทยเปลี่ยนแปลงไปหมด ฝ่ายรุกตกเป็นฝ่ายรับ และฝ่ายรับกลับมาเป็นฝ่ายรุก เพราะคนได้เห็นภาวะความเป็นผู้นำของพลเอกประยุทธ์ในการรับมือและการเผชิญหน้ากับการก่อตัวของวิกฤติการเมืองไทยครั้งใหม่อย่างสงบนิ่ง รวมทั้งยังมาจากกลยุทธ์ที่ผิดพลาดของคุณทักษิณที่ทำให้คนเห็นว่าคุณทักษิณทำได้ทุกอย่างเพียงแค่ได้อำนาจกลับคืนเท่านั้น

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

ทษช. ลั่น จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิม

ทษช. ลั่น จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิม!

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับ 10 ของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Pongsak Phusitsakul แสดงความเห็นทางการเมือง ระบุว่า ช่วงเวลากว่า 3 เดือน ที่ตนได้มีส่วนร่วมทำงานการเมือง พรรคไทยรักษาชาติ ถือเป็นการทำงานที่ท้าทายและมีความหมาย เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ สำคัญมากต่ออนาคตของประชาธิปไตย เป็นการเลือกระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายสืบทอดอำนาจเผด็จการ เหมือนที่เคยบอกไว้แล้ว จึงเป็นหน้าที่ที่เราทุกคนจะต้องช่วยกันไม่ว่าจะทำได้มากหรือน้อยเพียงไรก็ตาม

อีกไม่กี่วันการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการเมืองไทยกำลังจะเกิดขึ้น และเชื่อว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วการเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิม บริบทการเมืองไทย จะแปลกแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงที่สุดแล้ว ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลอย่างไรก็ตาม แต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง จุดยืนความคิดและอุดมการณ์ประชาธิปไตยของพวกเราได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ขอให้ทุกคน มองด้านบวกและหวังในด้านดี ไว้ก่อน หวังให้ ผู้รักประชาธิปไตยทุกคน หนักแน่นและมั่นคงต่อเป้าหมายหลัก ของเราร่วมกันครับ” นพ.พงษ์ศักดิ์ ระบุ

ที่มา ข่าวสด

การเมืองเริ่มเดือด โทรขู่ว่าที่ผู้สมัคร สส.จังหวัดกาฬสินธุ์

นางยิ่งรัก โพธิ์ศรีรัตน์สกุล ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อชาติ เขต 4 จังหวัดกาฬสินธุ์  เข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์  โดยอ้างว่าเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ได้มีโทรศัพท์ลึกลับรหัสทางไกล 043 หรือ 042 โทรหาลูกชายพร้อมข่มขู่ให้หยุดลงสมัคร สส.โดยเป็นเสียงพูดของผู้ชายใช้ภาษากลางข่มขู่ว่าขอให้นางยิ่งรัก โพธิ์ศรีรัตน์สกุล ถอนตัวจากการลง สส.เขต 4 จังหวัดกาฬสินธุ์ ถ้าไม่ถอนตัวจะไม่รับรองความปลอดภัย

ขณะที่ลูกชายของนางยิ่งรัก โพธิ์ศรีรัตน์สกุล ตอบกลับไปว่าเป็นไปไม่ได้ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ตัดสายไป โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นการข่มขู่การคุกคาม หมายจะเอาชีวิต และริดรอนสิทธิ์ ในการลงรับสมัครเลือกตั้งสส. จึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และเข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการหาตัวบุคคลดังกล่าวมาลงโทษและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์แล้ว ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ทำการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวแล้ว และทางพนักงานสอบสวนจะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อจะได้ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร และจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา ช่อง7