7 มี.ค.ตัดสินยุบพรรคไทยรักษาชาติ หลักฐานพอไม่ไต่สวนเพิ่ม

ศาล รธน.ปิดเกม นัดฟังคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ 7 มี.ค. ชี้คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอไม่ต้องไต่สวนแล้ว ทษช.พร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยถือเป็นที่สิ้นสุด คดี “ธนาธร” ไลฟ์สดถล่มพลังดูด อัยการเลื่อนฟังสั่งคดีไปหลังเลือกตั้ง 26 มี.ค. ขณะที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งคืนสิทธิให้ “กรวีร์” วอยซ์ฯก็เฮศาลปกครองกลางชี้ กสทช.ออกคำสั่งมิชอบ “บิ๊กตู่” เหน็บด้วงมะพร้าวบ่อนเซาะชาติ ยืนกรานไม่ร่วมดีเบต อ้อน “กบ ทรงสิทธิ์” ครวญเพลงปาฏิหาริย์ 2 รอบ “อุตตม” ไม่หวั่นแต้มหด หลัง “ลุงตู่” ปัดดีเบต “มาร์ค” ซัดอย่าสร้างค่านิยมผิดๆ “จุรินทร์” มองอคติกับวิถีประชาธิปไตย “เสรีพิศุทธ์” เย้ยกลัวก็บอกมาตรงๆ “จตุพร” จวกเป็นผู้นำเผด็จการเหมาะสุดแล้ว “อนุทิน” บ่นเสียดายแทน “ลุงตู่” “เทือก” รับปลุกผี กปปส.หวังผลการเมือง

คำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ล่าสุด ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยแล้วในวันที่ 7 มี.ค. โดยเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัย ไม่ต้องทำการไต่สวนอีก

ที่มา ไทยรัฐ

Related links

‘บิ๊กตู่’ ยันไม่ได้ไปลาว! ย้ำไม่ใช่คนในรูป-ระบุตอนกินข้าวไม่ใส่แว่น ไม่ได้หวีผมแบบนี้

วันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทจากกรณีที่มีผู้โพสต์ในเฟซบุ๊กพร้อมรูปภาพว่าได้ไปเจอ ลุงตู่ ที่เมืองไชยบุรี สปป.ลาว จากการสอบถามไปยังบุคคลใกล้ชิดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันว่าบุคคลที่ปรากฏในภาพไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ แต่อย่างใด แต่ยอมรับว่ามีใบหน้าคล้ายกับนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย แต่ยืนยันว่าพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ อย่างไรก็ตามล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันอีกครั้งหลังทราบเรื่องดังกล่าวโดยปฏิเสธว่าไม่ใช่ตนเองซึ่งเวลาที่รับประทานอาหารจะไม่ได้สวมแว่น และไม่ได้หวีผมทรงนี้ ไม่ทราบว่าบุคคลที่โพสต์ต้องการอะไร

ที่มา ข่าวสด

Related links

“ห้อยพระอยู่แล้ว” “บิ๊กตู่” เย้ย คนแช่งให้บินตก

“ประยุทธ์” เริ่มสแกนรายชื่อ ส.ว.ลากตั้ง บอกอย่าดูถูกไม่มีสมอง-บังคับได้ พรรค การเมืองรุมท้า “บิ๊กตู่” ดีเบต “เจ๊หน่อย” ให้เปิดหน้าแมนๆ เตือนว่าที่ 250 ส.ว. อย่าฝืนความรู้สึกประชาชน “ณัฐวุฒิ”เย้ยไม่ต้องลีลาแล้วขึ้นเวทีเลย “มาร์ค” หยัน พปชร.สินค้าก๊อป ชวนทุกพรรคยึดจุดยืนไม่วิ่งหา 250 ส.ว. รองเลขาฯกกต.ชี้ไม่มีข้อห้าม “บิ๊กตู่” ขึ้นเวทีดีเบต “ธนาธร” ปลุกคนเลือกตั้งล้มเผด็จการ อนค.รับใส่ประวัติเคลื่อนแต่รีบแก้แล้ว “เจษฏ์” กลับลำโทษ ไม่ถึงขั้นยุบพรรค “สุดารัตน์” ส่งกำลังใจให้สู้ “วิญญัติ” ซัด กกต.ทำไขสือยุบ พปชร. “แสวง” โต้ทำมาตรฐานเดียวกัน

จากเหตุระทึกเครื่องบินซี-130 ของกองทัพอากาศ เครื่องยนต์เกิดขัดข้องกะทันหัน ระหว่างนำคณะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี-กระบี่ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ประกาศย้ำไปถึงกองแช่งว่า ให้แช่งไปเถอะไม่เห็นเป็นอะไร เพราะห้อยพระอยู่

“บิ๊กตู่” เริ่มคัดชื่อ ส.ว.ลากตั้ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ก.พ.ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการคัดเลือก ส.ว.ของ คสช.ว่า เตรียมการไว้แล้ว คัดรายชื่อต่างๆมาดูก่อน เอามาจากหลายที่ ส่วนเจ้าตัวจะรับหรือไม่รับต้องว่ากันอีกที ถึงเราอยากเลือกอยากได้เข้ามา แต่เจ้าตัวอาจไม่มาก็ได้ เพราะวันนี้หลายคนไม่อยากเข้ามาการเมือง เกรงจะมีปัญหา ทั้งเรื่องส่วนตัว สิทธิประโยชน์ที่เคยได้ต้องเลิกทั้งหมดเลย เมื่อถามว่าจะป้องกันคำครหาเลือกคนของตัวเองอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ตั้งอะไรโดนครหาทุกเรื่อง แต่ยืนยันทำตามอำนาจหน้าที่ ไม่ใช่พอเริ่มก็เล่นงานแล้ว ใครจะอยากเข้ามา คนดีๆจะเข้ามาไหม ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง รัฐบาล หรือ ส.ว. อย่าคิดว่ามันง่าย ที่อยู่มา 4-5 ปีนี้เอาคนเข้ามาทำงานกับรัฐบาล คสช.ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยกติกา ปัญหาส่วนตัว ปัญหาจุกจิก

อย่าดูถูกไม่มีสมอง–บังคับได้
เมื่อถามว่ามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า 250 ส.ว.เข้ามาเพื่อเป็นต้นทุนสนับสนุนให้เป็นนายกฯต่อ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า จะมาเป็นต้นทุนอย่างไร ที่ผ่านมาเลือกตั้ง ส.ว.เข้ามาเป็นอย่างไร เป็นเครือข่ายใคร พรรคการเมืองและนักการเมืองไหนไม่ดูบ้าง วันนี้ตนขึ้นมาก็กลายมาเป็นเครือข่ายตน พ.ร.บ.หลายฉบับที่พิจารณากันในสภา ไม่เคยออกมาได้ง่ายถ้ามีอำนาจสั่งเขาได้จริง ตามรัฐธรรมนูญไม่ใช่ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯเป็นเรื่องที่ 2 สภาต้องเสนอร่วมกัน ส.ว.มีอำนาจแค่นั้น เว้นกรณีพรรคนี้ได้แต่พอเสนอชื่อขึ้นมาพรรคอื่นไม่ยอมรับ จะขัดแย้งกัน จึงต้องหาวิธีปลดล็อกตรงนี้ ให้ ส.ว.ร่วมพิจารณาได้ แม้ ส.ว.จะตั้งมาจากตน ถามว่าคุณจะดูถูกทั้ง 250 คนนี้หรือ เขาไม่มีสมองไม่รักประเทศหรือ ทุกคนต่างรักประเทศ อย่าหวงรักประเทศรักประชาธิปไตยเพียงพรรค การเมือง นักการเมือง

แขวะกองแช่งจั่วลมห้อยพระดี

เมื่อถามว่าเหนื่อยหรือไม่ที่ทุกพรรคจ้องโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่เหนื่อย เพราะเขาพูดในเรื่องไม่จริงไปสนใจทำไม วันนี้จะเห็นว่าพยายามอารมณ์เย็นลงเยอะ เมื่อก่อนอาจถือสาเป็นอารมณ์บ้าง และไม่ใช่ต้องการเปลี่ยนแปลงเพราะเป็นนักการเมือง มันทรมานตัวเองมากกว่า แต่ต้องคิดว่าจะทำอะไรต่อไป ดีกว่าไปคิดตอบโต้กันแบบนี้ ทุกคนก็รู้การเมืองไทยเป็นแบบนี้ ทำให้คนไม่อยากเข้ามา ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่ามีคนแช่งให้เครื่องบินตกรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “แช่งไปเถอะ ผมก็ไม่เห็นเป็นอะไร ผมห้อยพระอยู่แล้ว”

ทอ.แจงเหตุซี–130 ขัดข้อง

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวชี้แจงกรณีดังกล่าวว่า ระหว่างบินขึ้นไปได้ 15 นาที นักบินได้ตรวจพบว่ารอบความเร็วของเครื่องยนต์ที่ 2 เกิดอาการสวิงส่ายไปส่ายมา เกิดเกณฑ์ไม่สามารถคอนโทรลเครื่องยนต์ได้ จึงต้องดับเครื่องยนต์กลางอากาศ ตัดสินใจบินกลับมาลงที่ท่าอากาศยานทหาร 2 เพราะเกิดเหตุขัดข้องของเครื่องยนต์ มีคนถามกันมากว่าทำไมนักบินไม่นำเครื่องบินไปลงที่สนามบินเกาะสมุย และทำการแก้ไขเครื่องยนต์ กองทัพอากาศไม่มีช่างเครื่องยนต์ที่สนามบินดังกล่าว รวมถึงนักบินไม่สามารถทำการบินด้วยเครื่องยนต์ 3 เครื่องที่เหลือจากสนามบินสมุยได้ เพราะไม่ปลอดภัยด้วยกฎระเบียบของสนามบินนานาชาติ หากสภาพเครื่องยนต์ขาดความพร้อมห้ามไม่ให้ทำการบินขึ้นจากสนามโดยเด็ดขาด และเพื่อให้เกิดความมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ของนักบิน ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนปกติ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต้องทำตามขั้นตอนคือการบินกลับมาดอนเมืองเท่านั้น

ชื่นชมนักบินตัดสินใจดีที่สุด

พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์กล่าวอีกว่า พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. ได้รับรายงานแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ ต้องชื่นชมนักบินที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรกของผู้โดยสารระดับวีไอพี ดังนั้น เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดของนักบินกองทัพอากาศ อยากให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่าภารกิจของเครื่องบินซี-130 ลำดังกล่าว ได้รับการตรวจเช็ก บำรุงรักษาตามวงรอบ แต่เนื่องจากมีอายุการใช้งานมาเกือบ 40 ปี เพราะบรรจุเข้าประจำการตั้งแต่ปี 2523 จึงมีโอกาสเกิดเครื่องยนต์ขัดข้องได้

ที่มา ไทยรัฐ

Related links

ทนาย ทษช.เตรียมยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหายุบพรรคต่อศาลรัฐธรรมนูญ 4 โมงเย็นนี้

รายงานข่าว แจ้งว่า ในวันนี้เวลาประมาณ 16.15 น. นายสุรชัย ชินชัย ทนายความพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และคณะ จะเดินทางไปยื่นคำชี้แจงข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ให้รับพิจารณาวินิจฉัยคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ยื่นให้วินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92  โดยเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 7 (13) ประกอบ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง มิฉะนั้นให้ถือว่าไม่ติดใจยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และนัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันที่ 27 ก.พ.62 เวลา 13.30 น.

ที่มา thaipr.net

Related links

‘บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม’ ลุยจตุจักร กรี๊ดลั่น ป้ายเชียร์เพียบ! ขอแฟนคลับ ไม่การเมืองนะ

3 ป. จับมือลุยพบผู้ค้าตลาดจตุจักร แหนคลับถือป้ายเชียร์แห่ขอถ่ายรูปบอกรัก “ลุงตู่” เจ้าตัวย้ำไม่อยากให้ ปท.แตกแยกวุ่นวาย

จตุจักร ตู่ ป้อม ป๊อก – เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 16 ก.พ.ที่ตลาดนัดสวนจตุจักร กทม.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม และคณะ ลงพื้นที่ตลาดจตุจักร

เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการจัดทำสัญญาให้สิทธินำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในบริเวณตลาดนัดจตุจักรระหว่างกรุงเทพมหานคร กับกลุ่มผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร โดยมีพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. และผู้บริหารกทม.ให้การต้อนรับ ซึ่งมีกลุ่มผู้ค้าถือป้ายไวนิลข้อความต่างๆ อาทิ ขอขอบพระคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และคณะทำงานคณะทำงาน กขป.5 สหกรณ์บริการผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร

รวมถึงป้าย “รักลุงป้อม” บิ๊กป้อมสั่งแก้ปัญหาตลาดนัดจตุจักร และป้ายชาวตลาดนัดจตุจักรยินดีต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมคณะ ซึ่งในตอนแรกก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทางถึง เจ้าหน้าที่เตรียมที่จะเก็บป้ายดังกล่าวแต่ทางทีมงานยืนยันว่าไม่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะเป็นป้ายขอบคุณไม่เข้าข่ายการหาเสียงจึงอนุญาตให้นำไปดังกล่าวมาตอนรับต่อได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับกลุ่มผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรตอนหนึ่งว่า ตนต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรี กรุงเทพมหานคร และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง วันนี้เป็นวันหนึ่งที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น หลายอย่างเรากำลังปรับปรุงแก้ไขไปตามลำดับ กฎหมายต่างๆที่ต้องใช้เราก็ดูแลให้เกิดความเป็นธรรม ตนดีใจที่วันนี้ได้เจอคนจตุจักร ตนก็เป็นสมาชิกจตุจักรเก่า สมัยก่อนไม่รู้จะไปไหนก็มาเดินจตุจักร เพราะว่าตลาดจตุจักรเป็นเสน่ห์ของประเทศไทยทำให้ชาวต่างชาติมาเที่ยว ซึ่งวันหนึ่งมีคนเข้ามาในตลาดจตุจักรเกือบ 200,000 คน รายได้ 8.5 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้ของผู้มีรายได้น้อย

ทั้งนี้กฎหมายและระเบียบต่างทำให้เกิดความเท่าเทียม ทำให้ทุกคนเท่าถึง ซึ่งปัญหาต่างๆมีจำนวนมากแต่ก็ต้องช่วยกันแก้ไข รัฐบาลกำลังแก้ไขปัญหาแล้ววันนี้ทุกคนก็ดีใจที่ได้มาทำสัญญาทำให้ค่าใช้จ่ายลดลง และจากนี้จะต้องรู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป อีกทั้งจะต้องดูแลในเรื่องของความสะอาด ขยะ เพราะเสน่ห์ของตลาดคือต้องสะอาด รวมถึงการพูดจาที่ไพเราะและมีรอยยิ้มสดใส ไม่ใช่อารมณ์เสีย ขณะเดียวกันอยากให้แก้ปัญหารถติดและการจราจรรอบพื้นที่จตุจักรเพื่อความสะดวกขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนไทยต้องรักกัน ถ้ารักกันจะหาทางแก้ได้ แต่ถ้าไม่ถูกกันไม่ชอบกันเลยก็จะหาทางแก้อะไรไม่ได้ เพราะต่างคนต่างมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน ประเทศไทยก็จะเดินหน้าไปไม่ได้ ตนไม่อยากให้ประเทศไทยแตกแยกกันอีกต่อไป ตนขอแค่นั้น วันนี้ก็เห็นมันวุ่นวายกันเหลือเกิน ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรอยู่ที่จิตใจคนต้องอยู่กันให้ได้ วันนี้เรามาทำความดีให้จตุจักร แม้วันนี้เป็นวันเสาร์เป็นวันหยุดแต่เราต้องไม่หยุดรักกัน ไม่ว่าวันไหนก็ต้องรักกัน ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้หันไปเห็นผู้ค้าคนหนึ่งชูป้ายข้อความว่า “รักลุงตู่ที่ซู้ดดด…รักพี่ป้อมมากๆ…” จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงชอบใจ ว่า “เดี๋ยวก็เป็นประเด็นอีก ไม่เอาการเมืองไม่พูด ไม่เกี่ยว เดี๋ยวก็มีเรื่องทุกที เรื่องการเมืองผมไม่ขอพูดเดี๋ยวเป็นประเด็นการเมืองอีกทำงานไม่สะดวก น่าเบื่อเหมือนกัน การเมืองเป็นเรื่องของอนาคต”

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินตรวจเยี่ยมตลาดนัดจตุจักร พร้อมทักทายผู้ค้าและประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของ โดยได้พูดคุยท่องเที่ยวกับชาวต่างชาติ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าบางส่วนได้มอบดอกไม้ขอถ่ายรูปร่วมกับนายกฯเป็นที่ระลึก ขณะที่บางส่วนได้เข้ามาขอบคุณพล.อ.ประวิตร ที่ช่วยดำเนินการในการปราบปรามมาเฟียสวนจตุจักร และการจัดระเบียบแผงค้า

จากนั้นเวลา 09.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยทั้ง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ และคณะได้ร่วมกันรับประทานอาหารเช้า ที่ “ร้านเหมียวข้าวแกงใต้” ภายในตลาดนัดจตุจักร โดยกล่าวกับทีมงานว่า “หิวข้าวแล้ว ขอฝากท้องไว้ที่จตุจักร” ภายหลังทานอาหารเช้าเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมร้านค้าขายในตลาด และก่อนเดินทางกลับได้พูดคุยกับผู้ค้าหนังสือเก่าที่อยู่ด้านในตลาดผ่านรั้ว พร้อมกล่าวว่า “ความรักไม่มีอะไรกัน” ซึ่งระหว่างนั้นผู้สื่อข่าว ได้สอบถามว่ารู้สึกอย่างไร ที่ผลโพลตอนนี้ ชื่อของพล.อ.ประยุทธ์มาเป็นอันดับ1 ในการเป็นแคนดิเดตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าวได้เพียงแต่ยิ้มและพยักหน้า

ภายหลังจากเดินตลาดนัดสวนจตุจักร นายกฯได้เรียกผู้สื่อข่าวมาถ่ายรูปร่วมกัน จากนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีเวลาจะมาเดินเช่นนี้อีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มาๆ ถ้ามีเวลาจะมาอีก เมื่อก่อนก็มาเดินที่จตุจักรเป็นประจำเพราะไม่รู้จะไปไหนส่วนใหญ่ก็มาถึงที่นี่ เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่มีแฟนคลับมาให้กำลังใจค่อนข้างเยอะ นายกฯกล่าวว่า ก็ดี ได้มาดูในสิ่งที่ได้มอบนโยบายลงไป ซึ่งก็มีคณะกรรมการ ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ดูแลอยู่แล้ว

ที่มา ข่าวสด

Related links

ศาลรัฐธรรมนูญ นัด 14 ก.พ. วินิจฉัยคำร้องยุบพรรคไทยรักษาชาติ

ศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมวินิจฉัย รับ-ไม่รับคำร้อง ปมยุบพรรคไทยรักษาชาติ พรุ่งนี้

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 13 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงว่า เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการกกต.ให้มายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีกกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิฉัย เพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)​ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องไว้ในทางธุรการและอยู่ระหว่างการตรวจคำร้อง โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะเสนอคำร้องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 13.30 น.

ที่มา Sanook News

Related links

‘8 กุมภาฯ’ ทำ ‘ทักษิณ’ พ่าย ในสงครามการเมือง

“รองศาสตราจารย์ สังศิต พิริยะรังสรรค์” ชี้ 8 กุมภาฯทำทักษิณพ่ายในสงครามการเมือง

โดยระบุว่า สถานการณ์ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการเมืองและการเลือกตั้งของไทยในขณะนี้ค่อนข้างสูงกล่าวคือ

  1.พรรคไทยรักษาชาติต้องยุติบทบาททางการเมือง ในแง่พฤตินัยอย่างน้อยที่สุดเป็นการชั่วคราว แต่มีความโน้มเอียงสูงว่าพรรคการเมืองพรรคนี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายด้วย ดังนั้นพรรคไทยรักษาชาติคงไม่สามารถรณรงค์หาเสียงต่อไปได้แล้ว ยุทธศาสตร์ของคุณทักษิณที่กำหนดไว้ให้ ทษช. เป็นพรรคที่เก็บคะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงไม่เป็นจริงอีกต่อไป

2.ผลกระทบของ ทษช. ส่งผลให้พรรคการเมืองของคุณทักษิณทำงานได้ลำบาก พรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อไทยและพรรคที่เหลือทั้งหมด ต่างต้องถอยหลังหรือประกาศยุติการหาเสียงในบางพื้นที่แล้ว การต้องเสียเวลากับการปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงใหม่หมด เป็นตัวกำหนดให้เกิดกระแสนิยมของคุณทักษิณทั้งหมดตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว

3.พลังสำคัญที่ไปเร่งให้พรรคการเมืองของคุณทักษิณตกต่ำหนักลงไปอีก คือความหวาดระแวงและความกลัวของบรรดานายทุนที่สนับสนุนทางด้านการเงินให้แก่พรรคของคุณทักษิณ จะถอยห่างออกมา พรรคการเมืองที่ขาดน้ำเลี้ยงในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เหมือนกองทัพที่มีทหารแต่ไม่มีข้าวปลาอาหารจะบริโภค ขวัญของทหารจะตกต่ำและค่อยๆพากันหนีทัพอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

4.คะแนนนิยมส่วนตัวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพลังประชารัฐจะตีกลับ คนจะตัดสินใจเลือกพลเอกประยุทธ์เพราะเห็นว่าการกระทำความผิดของคุณทักษิณในครั้งนี้โจ่งแจ้งและมิบังควรเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทำให้คนไทยทั้งประเทศตกอยู่ในความไม่แน่นอนของอนาคตอยู่ตลอดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พฤติกรรมของ ทษช. ในครั้งนี้ได้ทำให้ภูมิรัฐศาสตร์ของไทยเปลี่ยนแปลงไปหมด ฝ่ายรุกตกเป็นฝ่ายรับ และฝ่ายรับกลับมาเป็นฝ่ายรุก เพราะคนได้เห็นภาวะความเป็นผู้นำของพลเอกประยุทธ์ในการรับมือและการเผชิญหน้ากับการก่อตัวของวิกฤติการเมืองไทยครั้งใหม่อย่างสงบนิ่ง รวมทั้งยังมาจากกลยุทธ์ที่ผิดพลาดของคุณทักษิณที่ทำให้คนเห็นว่าคุณทักษิณทำได้ทุกอย่างเพียงแค่ได้อำนาจกลับคืนเท่านั้น

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

Related links

ทษช. ลั่น จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิม

ทษช. ลั่น จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิม!

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับ 10 ของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Pongsak Phusitsakul แสดงความเห็นทางการเมือง ระบุว่า ช่วงเวลากว่า 3 เดือน ที่ตนได้มีส่วนร่วมทำงานการเมือง พรรคไทยรักษาชาติ ถือเป็นการทำงานที่ท้าทายและมีความหมาย เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ สำคัญมากต่ออนาคตของประชาธิปไตย เป็นการเลือกระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายสืบทอดอำนาจเผด็จการ เหมือนที่เคยบอกไว้แล้ว จึงเป็นหน้าที่ที่เราทุกคนจะต้องช่วยกันไม่ว่าจะทำได้มากหรือน้อยเพียงไรก็ตาม

อีกไม่กี่วันการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการเมืองไทยกำลังจะเกิดขึ้น และเชื่อว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วการเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิม บริบทการเมืองไทย จะแปลกแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงที่สุดแล้ว ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลอย่างไรก็ตาม แต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง จุดยืนความคิดและอุดมการณ์ประชาธิปไตยของพวกเราได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ขอให้ทุกคน มองด้านบวกและหวังในด้านดี ไว้ก่อน หวังให้ ผู้รักประชาธิปไตยทุกคน หนักแน่นและมั่นคงต่อเป้าหมายหลัก ของเราร่วมกันครับ” นพ.พงษ์ศักดิ์ ระบุ

ที่มา ข่าวสด

Related links

การเมืองเริ่มเดือด โทรขู่ว่าที่ผู้สมัคร สส.จังหวัดกาฬสินธุ์

นางยิ่งรัก โพธิ์ศรีรัตน์สกุล ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อชาติ เขต 4 จังหวัดกาฬสินธุ์  เข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์  โดยอ้างว่าเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ได้มีโทรศัพท์ลึกลับรหัสทางไกล 043 หรือ 042 โทรหาลูกชายพร้อมข่มขู่ให้หยุดลงสมัคร สส.โดยเป็นเสียงพูดของผู้ชายใช้ภาษากลางข่มขู่ว่าขอให้นางยิ่งรัก โพธิ์ศรีรัตน์สกุล ถอนตัวจากการลง สส.เขต 4 จังหวัดกาฬสินธุ์ ถ้าไม่ถอนตัวจะไม่รับรองความปลอดภัย

ขณะที่ลูกชายของนางยิ่งรัก โพธิ์ศรีรัตน์สกุล ตอบกลับไปว่าเป็นไปไม่ได้ จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ตัดสายไป โดยการกระทำดังกล่าวถือเป็นการข่มขู่การคุกคาม หมายจะเอาชีวิต และริดรอนสิทธิ์ ในการลงรับสมัครเลือกตั้งสส. จึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และเข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการหาตัวบุคคลดังกล่าวมาลงโทษและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องทุกข์แล้ว ก็จะดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ทำการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวแล้ว และทางพนักงานสอบสวนจะได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อจะได้ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร และจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา ช่อง7

Related links