ปากีสถานส่งสัญญาณเต็มใจเปิดเจรจาสันติภาพกับอินเดีย ขณะทดสอบยิงขีปนาวุธข่มขวัญ

ปากีสถานได้ส่งสัญญาณถึงความเต็มใจที่จะเปิดการเจรจาสันติภาพกับอินเดีย ขณะที่มีความเป็นไปได้สูงมากที่นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย จะได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย ในช่วงเวลาที่อินเดียกับปากีสถานกำลังเผชิญหน้ากันครั้งใหม่

ขณะเดียวกัน ปากีสถานก็ได้ประกาศว่า ได้ทำการซ้อมยิงขีปนาวุธ ชาฮีน 2 ซึ่งเป็นขีปนาวุธแบบพื้นสู่พื้น และมีความสามารถในการส่งอาวุธธรรมดาและอาวุธนิวเคลียร์ได้เป็นระยะทางถึง 1,500 ไมล์ โดยการประกาศดังกล่าวก็อาจเป็นการส่งสัญญาณเตือนต่ออินเดียด้วย

กองทัพปากีสถานระบุในแถลงการณ์ว่า ขีปนาวุธชาฮีน 2 เป็นขีปนาวุธที่มีอานุภาพสูง ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการด้านยุทธศาสตร์ของปากีสถานในการที่จะรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ได้ระบุถึงอินเดียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านโดยตรง

เมื่อวานนี้ นายชาห์ เมห์หมัด คูเรชี รมว.ต่างประเทศของปากีสถาน ได้หารือกับนางซูชมา สวาราช รมว.ต่างประเทศของอินเดีย นอกรอบการประชุมประเทศสมาชิกองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ในเมืองบิชเคก เมืองหลวงของคีร์กีซสถาน โดยเขาเผยหลังการหารือว่า ปากีสถานต้องการยุติความขัดแย้งกับอินเดียผ่านทางการเจรจา

ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศได้เพิ่มขึ้นจนเกือบลุกลามเป็นสงครามในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากความขัดแย้งเกี่ยวกับแคว้นแคชเมียร์ ซึ่งทั้งสองประเทศอ้างสิทธิครอบครองนับตั้งแต่ประกาศเอกราชจากอังกฤษในปี 2490

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq37/2993927

Related links

เพื่อไทย ยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ กกต. กรณีผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ถือหุ้นในกิจการสื่อ

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางซื่อ-ดุสิต พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า วันนี้ได้มาให้ถ้อยคำประกอบคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และยื่นเอกสารเพิ่มเติมที่ให้ตรวจสอบกรณี น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชนว่าขาดคุณสมบัติการสมัคร ส.ส.หรือไม่

ทั้งนี้หาก กกต.วินิจฉัยว่า น.ส.ธณิกานต์ มีความผิด ก็จะดำเนินการร้องเรียนให้ตรวจสอบในขั้นต่อไป เนื่องจาก น.ส.ธณิกานต์ มีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรค ที่อาจมีผลให้ยุบพรรคพลังประชารัฐได้

ขณะที่นายฉัตรชัย ณ บางช้าง สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า วันนี้ได้มายื่นเรื่องให้ตรวจสอบกรณีการซื้อเสียงเลือกตั้งของ น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เขต 7 สมุทรปราการ โดยมีหลักฐานเป็นคลิปวีดิโอ สำเนาธนบัตร เพื่อขอให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่เขต 7 นอกจากนี้ ตนยังมาติดตามความคืบหน้ากรณีที่ได้ยื่นร้องเรียน กกต.มาก่อนหน้านี้แล้ว 3 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งเท็จของ กกต.เขต

“เรื่องที่เคยร้องเรียนไปก่อนหน้านี้ ยังไม่มีความคืบหน้า อยากให้ กกต.เร่งรัดพิจารณา เหมือนกรณีที่ร้องเรียนพรรคอนาคตใหม่” นายฉัตรชัย กล่าว

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/2991952

Related links

กกต.ส่งศาลรธน.วินิจฉัยคุณสมบัติ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรณีถือหุ้นสื่อ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 82 วรรคสี่ กรณีความปรากฎหรือมีเหตุอันควรสงสัยต่อ กกต.ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3)

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/2991568

Related links

ปชป.เตรียมร้องเอาผิด กกต.ใช้สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์แจกคะแนนพรรคเล็ก ชี้คำนวณข้ามขั้นตอน

นายราเมศ รัตนะเชวง รักษาการกรรมการบริหาร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ค้านมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้สูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่จัดสรรเก้าอี้ให้กับพรรคการเมืองขนาดเล็กซึ่งได้รับคะแนนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยพึงมี โดยอ้างไม่อยากให้มีคะแนนตกน้ำ แต่กลับทำให้คะแนนของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ตกทะเลนับล้านคะแนน โดยจะยื่นฟ้อง กกต. ทั้งในนามส่วนตัวและพรรค

โดยพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเกินคะแนนเฉลี่ย ส.ส.พึงมีคือกว่า 7.1 หมื่นคะแนนนั้น มีเพียง 16 พรรค และการออกมาชี้แจงครั้งนี้ไม่ได้เพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เพื่อรักษาความถูกต้องของกฎหมาย

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อตามแนวทางของ กกต.เพราะเป็นวิธีการคำนวณที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากพรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมี ไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128(5) และรัฐธรรมนูญมาตรา 91(4) จะอ้างว่าจัดสรรตามมาตรา 128(6) ไม่ได้ เพราะเป็นการข้ามขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตาม 128(5) ไป

“กกต.ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบบ โดยพรรคและผู้ที่ได้รับผลกระทบ จะดำเนินการเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไป เพื่อตามหาความสุจริตและเที่ยงธรรม” นายราเมศ กล่าว

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร ในฐานะอดีต กกต. กล่าวว่า การใช้สูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของ กกต.ที่ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่จัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อให้พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมี ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย จะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91(4) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 128(5) ที่ระบุว่า ให้นำจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ำกว่าจำนวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองดังกล่าวมี ส.ส.เกินกว่าจำนวนที่พึงจะมีได้

โดยหากยึดหลักตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด พรรคเล็กอันดับที่ 17-21 รวม 11 พรรค ที่มีคะแนนตั้งแต่ 33,754 – 68,973 คะแนน ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยที่พึงจะมี ส.ส. 1 คน คือ 71,168.5141 คะแนน จะไม่ได้จัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

ในการแถลงข่าวนายสมชัย ได้ใช้เอกสารข่าวของสำนักงาน กกต.ที่ 61/2562 ในส่วนหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 14 หน้า มาเป็นหลักในการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยตั้งข้อสังเกตว่า การคำนวณตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 129 และ 128 ของ กกต.นั้นถูกต้องตั้งแต่หน้าที่ 1-7 แต่ในหน้าที่ 8 ขาดผลลัพธ์ตารางการคำนวณที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 128(5) คือต้องตัดพรรคการเมืองที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมีออกไป แต่เมื่อไม่ตัดออกก็ทำให้ได้ผลลัพธ์จากการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แตกต่างออกไป ทำให้ทุกตารางหลังจากนั้น ไม่สามารถนำมาใช้ในการคำนวณได้

โดยการคำนวณที่ถูกต้องจะมี 16 พรรคการเมืองที่มีสิทธิได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แต่จะมีเพียง 14 พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตเกินกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี และพรรคประชาชาติได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตเท่ากับจำนวน ส.ส.พึงมี จึงไม่มีสิทธิได้ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก

โดย 14 พรรคที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ 20 คน พรรคอนาคตใหม่ 54 คน พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน พรรคภูมิใจไทย 13 คน พรรคเสรีรวมไทย 11 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 5 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน พรรคเพื่อชาติ 5 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 5 คน พรคชาติพัฒนา 2 คน พรรคพลังท้องถิ่นไท 3 คน พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน และพรรคพลังชาติไทย 1 คน รวม 149 คน

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/2987843

Related links

ทรัมป์เผยเจรจากับปูตินสดใส แนวโน้มสัมพันธ์สหรัฐและรัสเซียดี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ชื่นชมการเจรจาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียเมื่อวานนี้ โดยกล่าวว่า แนวโน้ม ความสัมพันธ์สหรัฐและรัสเซียนั้นดีเป็นอย่างยิ่ง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทรัมป์ได้ทวีตว่า การเจรจากับประธานาธิบดีปูตินเมื่อวานนี้ดีมากๆ ศักยภาพของความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศก็ดีเช่นกัน ยกเว้นว่าคุณจะอ่านข่าวในสื่อที่รายงานข่าวปลอม

ทรัมป์กล่าวว่า การเจรจากับปูตินในเรื่องการค้า เวเนซุเอลา ยูเครน เกาหลีเหนือ และการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นไปอย่างสร้างสรรค์
นางซาราห์ ฮัคคาบี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ทรัมป์และปูตินได้พูดคุยกันเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq37/2986027

Related links