“ยุทธพงศ์” อภิปรายปราบโกงทำ “ลุงตู่” ปรี๊ดต้องลุกพูดแทรกก่อนออกจากห้อง

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นโยบายรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กว้างมาก และไม่ได้มีการระบุแหล่งที่มาของรายได้ พร้อมบอกว่ารัฐบาลนี้ “กู้มาโกง” ยืนยันว่าไม่ได้พูดลอยๆ เพราะในนโยบายมีการระบุเรื่องการป้องกันแบะปราบปรามการทุจริตและการประพฤติมิชอบในวงราชการ มองว่าแค่เขียนไว้สวยหรู ตนเองไม่เชื่อเพราะนายกรัฐมนตรีเป็นคนเดิม พร้อมยกตัวอย่างเรื่องการซื้อรถดับเพลิงที่สูญงบประมาณไปมากมาย และบางคันซื้อมาก็ไม่เคยใช้ รวมถึงกล่าวว่ามีการฮั้วประมูล และท้าให้ฟ้องหากไม่ใช่เรื่องจริง

ทั้งนี้ในขณะที่ นายยุทธพงศ์ กำลังกล่าวเรื่องท่าเรือแหลมฉบัง ก็มี ส.ส. ลุกขึ้นประท้วงว่าทำผิดข้อบังคับมีให้ร้ายเสียดสีบุคคลภายนอก จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นกล่าวว่ามีภารกิจเพื่อชาติจะต้องไปพบประธานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ไอเคโอ (ICAO)  นายยุทธพงศ์ ก็กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง (EEC) หรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าว่า “ก็เกี่ยวดิครับ ก็มันอยู่ในขั้นตอนกระบวนการ” แล้วเดินออกจากห้องประชุมไป นายยุทธพงศ์ ก็เรียกนายกรัฐมนตรี และบอกว่าอย่าเพิ่งไป พร้อมบอกว่ทนฟังไม่ได้เรื่องปราบโกง จากนั้นก็ถามว่านายกรัฐมนตรีมีภารกิจอะไรที่มีความสำคัญกว่าการแถลงนโยบาย ยืนยันว่าไม่ได้มีการท้าทาย

ที่มา www.thairath.co.th/news/politic/1623558

Related links

พลังประชารัฐติวเข้ม ส.ส. “ธนกร” จวก “เฉลิม” ชอบข่มขู่ไม่ทิ้งนิสัยเดิม

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐได้เตรียมความพร้อมในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยจัดสัมมนา ส.ส. ของพรรคในวันที่ 21-22 ก.ค. ที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และมี นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคเป็นประธาน เชื่อว่า การอภิปรายนโยบายของรัฐบาลจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากทุกฝ่ายยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ฝ่ายค้านเองก็ทำหน้าที่ตามกรอบข้อบังคับอย่างเต็มที่เพื่ออภิปรายข้อเสนอแนะต่างๆ แต่การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จึงอยากเห็นฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ เป็นฝ่ายค้านยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนจับตาดูอยู่ และรอนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลจะนำไปปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าสภาฯ เจอนรกแน่นั้น ร.ต.อ.เฉลิม นิสัยไม่เคยเปลี่ยน ชอบข่มขู่เป็นอาจิณ ทั้งที่ตัวเองอยู่นอกสภาฯ ด้วยซ้ำ ทางที่ดีน่าจะเอาเวลาไปติวเข้มให้ นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ดีกว่า จะได้แจ้งเกิดในสภาฯ เพราะนายวัน หน่วยก้านดี ควรจะเป็น ส.ส. ที่มีคุณภาพมากกว่าเป็นเน็ตไอดอล การอภิปรายครั้งนี้ ฝ่ายค้านจึงควรติชม เสนอแนะนโยบาย ดีกว่าพาดพิงเรื่องคุณสมบัติ เพราะรัฐมนตรีทุกคนผ่านการตรวจสอบตามกฎหมายมาแล้ว โดยเฉพาะในนายกรัฐมนตรีก็ผ่านการตรวจสอบจากองค์กรอิสระมาแล้ว และการที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่าจะอภิปรายนอกสภาฯ นั้น เราก็คงได้เจอกัน เพราะตนก็อยู่นอกสภาฯ เหมือนกัน “สมัยนี้ไปทะเลเจอฉลาม มานอกสภาฯ ก็จะเจอเฉลิมกับธนกร”

ที่มา ไทยรัฐ

Related links

กอ.รมน.ยันไม่มีสิทธิเรียกปรับทัศนคติ-กักตัว คนเห็นต่างทางการเมือง

กอ.รมน. แจงอำนาจมี พ.ร.บ. ความมั่นคง เป็นเครื่องมืออยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับ คำสั่ง คสช. ยันไม่มีสิทธิเรียกบุคคลใดมาปรับทัศนคติ และกักตัว รวมถึงคนเห็นต่างทางการเมือง

พลตรีธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า เมื่อ คสช.สิ้นสุดลง รัฐบาลใหม่เข้าถวายสัตย์ฯ กอ.รมน. ก็ยังทำงาน ดูแลความมั่นคง ในสถานการณ์ปกติต่อไป ในฐานะหน่วยประสานงาน และ แม้ว่าจะมีคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 อยู่ แต่ กอ.รมน. ก็ไม่ได้มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องใช้ เพราะ กอ.รมน. มีพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร 2551 อยู่แล้ว หากเกิดสถานการณ์ใด ก็สามารถแก้ปัญหาด้วยประกาศพื้นที่ความมั่นคง ตามมาตรา 15 และมาตรา 16 ได้

เมื่อมีสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงเกิดขึ้น ก็จะประกาศเป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 15 ของพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เมื่อมีการประกาศแล้วก็จะต้องมีการใช้กำลังตาม มาตรา 16 กอ.รมน.เลือกว่าจะใช้อำนาจหน้าที่อย่างไรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ยืนยันว่า พ.ร.บ.ความมั่นคง2551 ไม่ได้ให้อำนาจในการควบคุมตัว หรือเรียกใครมาปรับทัศนคติได้ โดย กอ.รมน. เป็นแค่หน่วยประสานงานกับส่วนราชการต่างๆ หากจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย ก็สามารถใช้กฎหมายปกติ ของหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหานั้นได้ ไม่สามารถใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในการเชิญตัวมาได้

ในส่วนของ มาตรา 13/1 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการอำนวยการ กอ.รมน. ระดับจังหวัด เชิญตัวบุคคลมาได้นั้น ไม่ใช่การเชิญมาปรับทัศนคติ แต่เป็นการเชิญมาให้ข้อมูล ในกรณีที่มีประเด็นสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน หรือจังหวัด ที่ต้องการความเห็นเพิ่มเติม แต่ยังขาดข้อมูลจากบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็สามารถเชิญมาได้ และ สามารถเชิญมาให้ความร่วมมือในการทำเรื่องดีๆ ให้กับจังหวัดและในพื้นที่ได้ได้ด้วย

นอกจากนี้ ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติในพื้นที่ ก็สามารถเชิญบุคคล หรือตัวแทนหน่วยงานต่างๆ มาร่วมประชุมเพื่อแก้ปัญหาในทันทีทันใดได้เช่นกัน

“ขอยืนยันว่าพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่ได้เชิญตัวบุคคลมาสอบปากคำ หรือ กักขัง เพราะเป็นกฎหมายคนละอย่างกับ คสช. และกอ.รมน.ก็เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับสำนักงานนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่กองทัพ กฎหมายนี้ กอ.รมน.จะพยายามใช้โดยที่ไม่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน เน้นใช้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มากที่สุด ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่ได้มีอำนาจเรียกบุคคลที่เห็นต่างทางการเมืองเข้ามาพูดคุย รวมถึงการเคลื่อนไหวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ขณะนี้เดินสายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับต่างประเทศด้วย” พล.ต.ธนาธิป กล่าว

ที่มา sanook

Related links

เปิดประวัติ “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” รัฐมนตรีอายุน้อยที่สุดใน ครม.ประยุทธ์ 2/1

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จากพรรคพลังประชารัฐ วัย 35 ปี รัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดใน ครม.ประยุทธ์ 2/1 เผยภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ไว้วางใจให้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ โดยยืนยันจะนำประสบการณ์ที่เคยเป็นข้าราชการมากกว่า 10 ปี และการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และยืนยันพร้อมสานต่อนโยบายของรัฐบาลเก่าที่เคยทำไว้ ส่วนนโยบายใหม่จะต้องรอความชัดเจน และการมอบหมายจาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก่อน

สำหรับประวัติของ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ หรือ แบงค์ จบการศึกษา รัฐศาสตรบัณฑิต (การเมืองการปกครอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , Master of Arts (Merit) London Metropolitan University ประเทศสหราชอาณาจักร และ บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต (การบริหารธุรกิจ) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 

นายอธิรัฐ เติบโตมาในครอบครัวนักการเมือง และดำเนินรอยตามบิดามารดา คือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ และ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ อดีต ส.ส.โคราชหลายสมัย ประสบการณ์ทางด้านการเมือง เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2554 อดีตปลัดอำเภอ จ.นครราชสีมา และอดีตปลัดอำเภอ จ.จันทบุรี ซึ่งเดิมทีอยู่สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นายอธิรัฐ ย้ายไปซบพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะได้เป็นรัฐมนตรีในที่สุด

ที่มา www.sanook.com/news/7831382/

Related links

“ราหุล คานธี”ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านหลัก รับผิดชอบพรรคพ่ายศึกเลือกตั้งอินเดีย

นายราหุล คานธี ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคคองเกรส ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านหลักของอินเดียแล้วในวันนี้ โดยนายราหุลได้ทวีตว่า ตนเองขอรับผิดชอบกับความพ่ายแพ้ของพรรคในศึกเลือกตั้งทั่วไป

ในจดหมายลาออกของนายราหุลนั้น ได้ระบุว่า ตนเองไม่ได้มีความโกรธเคืองต่อพรรคบีเจพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลแต่อย่างใด แต่ทุกๆเซลในร่างกายของตนเองนั้นค้านกับแนวคิดของพรรคที่มีต่ออินเดีย อันเนื่องมาจากความแตกต่างและความเกลียดชัง โดยผู้บริหารภายในพรรคคองเกรสต่างตั้งความหวังว่า นายราหุลจะเปลี่ยนใจ

นายราหุลกล่าวว่า ความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญของการขยายตัวในอนาคตของพรรค นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมลาออกจากหัวหน้าพรรค
ปัจจุบัน นายราหุล อายุ 49 ปี หลังจากที่ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคองเกรสเมื่อปี 2560 ต่อจากนางซอนญา คานธี ผู้เป็นมารดา

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq37/3010697

Related links