“ปิยบุตร” จับตา 27 ส.ส.พปชร.ยื่นคุ้มครองชั่วคราว

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกรณีที่ 27 ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐไปยื่นคำร้อง
ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญขอคุ้มครองชั่วคราว โดยอ้างว่าหากหยุดปฏิบัติหน้าที่จะกระทบกับการทำหน้าที่สำคัญนั้น ตนเองขอให้พิจารณาโดยใช้แนวทางเดียวกันกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางกฎหมายอุปสรรคต่อการดำเนินงานสำคัญของที่ประชุมสภาฯ  ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน

“หากกรณี ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐทั้ง 27 คนได้การคุ้มครองชั่วคราวแบบนี้ พรรคอนาคตใหม่ก็ขอสงวนสิทธิที่จะขอใช้สิทธิบ้าง แต่เรายืนยันว่าไม่มีช่องทาง แต่ถ้าขอได้ ผมจะขอบ้าง” นายปิยบุตร กล่าว

ส่วนกรณีที่ฝายกฎหมายของพรรคพลังประชารัฐร้องขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนคดีเป็น 2 ครั้ง คือ ให้คู่กรณีให้ปากคำก่อนจะรับหรือไม่รับ ไม่สามารถทำได้ เพราะทำได้เพียงการตั้งตุลาการคณะเล็ก ทำงานเพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง หากตุลาการคณะเล็กพิจารณาและมีความเห็นอย่างไรต้องส่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคณะใหญ่พิจารณาภายใน 5 วัน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ซึ่งหากใช้องค์คณะใหญ่ ตอนนี้ก็ถือว่าเกินช่วงเวลา 5 วันมาแล้ว และสุดท้ายหากศาลอนุญาตให้ 41 ส.ส.พรรครัฐบาลที่ทางพรรคได้ยื่นคำร้องเข้าชี้แจงก่อนวินิจฉัยว่าจะให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่ทำไมกรณีของนายธนาธร ไม่มีการเปิดโอกาสให้ชี้แจงในลักษณะเดียวกันบ้าง

นายปิยบุตร กล่าวว่า สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญอยู่ในขณะนี้มีสองเรื่อง เรื่องแรกก็คือเกณฑ์ในการพิจารณาดูว่ามีการถือหุ้นสื่อ
จริงหรือไม่ และเรื่องที่สอง คือจะมีการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวหรือไม่
โดยในเรื่องแรกนั้น ได้มีแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกาออกมาแล้วในสองคดีหลักๆ คือคดีของ นายภูเบศวร์ เห็นหลอด อดีตผู้
สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ และ นายคมสัน ศรีวนิชย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง พรรคประชาชาติ ซึ่งทั้งสองคดีนี้ศาลได้ให้
แนวทางมาแล้ว ว่าให้ไปดูที่หนังสือบริคณห์สนธิ โดยถ้ามีข้อความระบุว่าทำกิจการที่เกี่ยวกับสื่อวลชน ก็ให้ถือว่าบริษัทนั้นประกอบกิจการสื่อจริง
ส่วนเรื่องที่สอง กรณีที่เกิดขึ้นกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้ยุติการปฏิบัติ
หน้าที่เป็นการชั่วคราว โดยระบุว่าหากปล่อยให้ปฏิบติหน้าที่ต่อไป จะส่งผลให้เกิดปัญหาทางกฎหมายและการดำเนินงานที่สำคัญในการประชุมสภา
นายปิยบุตร กล่าวว่า ในเมื่อมีข้อเท็จจริงที่คล้ายคลึงกันอย่างนี้จึงอยากเห็นว่าจะมีการใช้มาตรฐานในการพิจารณาคดีอย่าง
ไร ตนเองอยากเห็นสังคมไทยมีกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยที่มีความเท่าเทียมกัน กฎหมายที่มีอยู่ไม่ได้ทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น
จริงหรือไม่ ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นจริงจากศรัทธาและการประเมินของประชาชน
“ขอให้มีมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเที่ยมกัน สิ่งที่เหมือนกันต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน สิ่งที่ต่างกันก็
ต้องได้รับการปฏิบัติต่างกัน” นายปิยบุตร กล่าว

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/3005832

Related links

พลังประชารัฐ รับเอง! ประชาธิปไตยหยุดมา 5 ปี รัฐธรรมนูญ 60 ริบอำนาจประชาชน

พลังประชารัฐ รับเอง! ประชาธิปไตยหยุดมา 5 ปี รัฐธรรมนูญ 60 ริบอำนาจประชาชน

พลังประชารัฐ / วันที่ 14 มิ.ย. ที่คณะรัฐศาสตร์ม.ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ในงาน70 ปีสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ม.ธรรมศาสตร์“วิชาการเพื่อราษฎร์ศาสตร์เพื่อประชาธิปไตย” มีการจัดงานเสวนาหัวข้อ“ทิศทางการเมืองไทยภายใต้รัฐบาลใหม่การเมืองของความหวังหรือจุดเริ่มต้นของวิกฤตครั้งต่อไป”

โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐและดำรงตำแหน่งนายทะเบียน นายโกวิย์ พวงงาม สมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไทย ร่วมเสวนา

นายวิเชียร กล่าวว่า พปชร.เป็นพรรคที่เกิดขั้นมาได้เพียง 6-7 เดือนก่อนการเลือกตั้ง โดยมีความมุ่งหมายที่เกี่ยวเนื่องกับทิศทางการเมือง ประเทศไทยเป็นประเทศที่แปลกทั้งที่ประชาธิปไตยตั้งแต่ปี 2475 นำมาสู่การเลือกตั้ง การปฏิวัติวนเวียนอยู่อย่างนี้ ที่สำคัญคือปี 2516 หลังมีการปฏิวัติ เรามีความรู้สึกว่ามันคือความหวังอันรุ่งโรจน์ไพศาลและเป็นความเฟื่องฟูของประชาธิปไตย

แต่เวลานี้หลังจากที่หยุดไป 5 ปี หลังจากการเลือกตั้งกลับมีความรู้สึกเฟื่องฟูอีกครั้ง ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2560 นั้น เราไม่ได้ให้สิทธิสภาหรือประชาชนมีอำนาจเหมือนปี 2540 แต่มีทั้งสภาและองค์กรอิสระที่มาทำหน้าที่ตรงนี้เป็นลูกผสมกับระบอบประธานาธิบดีไปในตัว

นายวิเชียร กล่าวว่า บรรยากาศการเมืองที่น่ากลัวเวลานี้ไม่ใช่เรื่องผลการเลือกตั้งคะแนนปริ่มน้ำเท่ากับเรากำลังดำเนินการต่อสู้โดยการโจมตีกล่าวหาเพื่อนน้อยที่สุด นี่คือบรรยากาศการที่ดีมาก แต่หลังการเลือกตั้งที่ได้สมาชิกเข้ามาทำหน้าที่ปรากฏว่าบรรยากาศนั้นกำลังเปลี่ยนไปการอภิปรายในสภาไม่ได้บอกว่าตัวองดีอย่างไรแต่บอกว่าเพื่อไม่ดีอย่างไร

หากท่านสังเกตจากการประชุมสภา สิ่งที่เกิดขึ้นคือพวกเขาต้องต่อสู้จนเป็นคดีสู่ศาลสุดท้ายก็กลายเป็นการสู้รบปรบมือ แต่หากเราทำการเมืองให้เป็นการโฆษณาให้เขาเคารพรักศรัทธาก็จะไม่นำการคนไปสู่ท้องถนน เราต้องเคารพสิทธิของคนอื่น

ที่มา www.khaosod.co.th/politics/news_2618158

Related links

เพื่อไทย จี้ปชป.เปิดชื่อผู้มีอำนาจตัวจริงนอกพรรคพปชร. ชี้เข้าข่ายครอบงำ หากมีจริงถึงขั้นยุบพรรค

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) เรียกร้องพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดรายชื่อบุคคลตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีการเจรจาต่อรองกระทรวงต่างๆ ไปกำกับดูแล ระหว่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และปชป. ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการ ปชป. ออกมาบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจที่พรรคพลังประชารัฐยกเลิกดีลเดิม โดยเรียกกระทรวงสำคัญกลับคืน พร้อมให้ไปหาคนที่มีอำนาจเต็มตัวจริงและมีอำนาจในการตัดสินใจของพรรคมาคุย โดยขู่ว่ามิเช่นนั้นจะเป็นฝ่ายค้านนั้น โดยขอให้ระบุชื่อมา เพราะถ้าเป็นความจริง ก็เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมาย หากมีการตรวจสอบพบ อาจมีการนำประเด็นดังกล่าวร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคที่มีพฤติการณ์เช่นนั้นได้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เองก็ได้ตกลงยินยอมกับบุคคลนั้น ซึ่งต้องถือว่าเป็นบุคคลผู้มีอำนาจนอกพรรคประชาธิปัตย์เช่นกัน

“ดังนั้น จึงเป็นกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยกรรมการบริหารพรรคยินยอมให้บุคคลภายนอกพรรคข้ามาก้าวก่าย แทรกแซงครอบงำพรรคจนขาดอิสระในการตัดสินใจ ซึ่งอาจถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ยุบพรรคได้เช่นกัน” โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุ

นางลดาวัลลิ์ กล่าวอีกว่า ในความเป็นจริงการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น หากพิจารณาดูบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยถ่องแท้แล้วเป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยากมาก ดังนั้นการนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นเกมต่อรองกับพรรคพลังประชารัฐ โดยอ้างว่าทำเพื่อประชาชนนั้น จึงไม่น่าจะใช่ เพราะความจริงคือต้องการกระทรวงที่มีผลประโยชน์มหาศาลมาดูแลใช่หรือไม่

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/2999797

Related links

7 พรรคลงมติส่ง “ธนาธร” ท้าชิงเก้าอี้นายกฯ พรุ่งนี้

ความเคลื่อนไหวช่วงจังหวะการเมืองร้อนแรง ล่าสุด ที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายประชาธิปไตย มีมติเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในการประชุมรัฐสภา เพื่อลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ ( 5 มิ.ย.)

ฝ่าย 7 พรรคเห็นพ้องส่ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นสังเวียนชิงดำโหวตนายกรัฐมนตรีพรุ่งนี้

ทั้งนี้ เหตุที่ 7 พรรคร่วมเสนอชื่อนายธนาธรนั้น เนื่องจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งแม้เป็นพรรคที่ชนะเลือกตั้งมี ส.ส.มากที่สุด แต่เมื่อพิจารณาแคนดิเดตที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หรือนายชัยเกษม นิติสิริ โอกาสที่จะชนะเสียงโหวตมีน้อยมาก

เมื่อพิจารณาความเป็นไปได้แล้วนั้น การส่งนายธนาธร เป็นผู้ท้าชิงย่อมมีโอกาสได้รับคะแนนโหวตที่มากกว่า เพราะหากเป็นชื่อนายธนาธร ก็ยังพอมีโอกาสที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังเสียงแตกในการร่วมงานหรือไม่เข้าร่วมกับทางพรรคพลังประชารัฐ น่าจะพร้อมยกมือโหวตให้กับนายธนาธรได้อย่างสะดวกใจมากกว่าคนจากเพื่อไทย

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องคุณสมบัติของนายธนาธร ปมถือหุ้นสื่อนั้น มีการประเมินแล้วว่า ตัว พล.อ.ประยุทธ์ เองก็มีปัญหาเรื่องของคุณสมบัติต้องห้าม ในประเด็นความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงถือเป็นคู่ชิงที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

ที่มา sanook

Related links

เรืองไกรยื่น กกต.ตรวจสอบ 10 ส.ส.ประชาธิปัตย์ถือหุ้นในกิจการสื่อ เข้าข่ายขาดคุณสมบัติ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินทางไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน ที่อาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติและอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในทำนองเดียวกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

โดย ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 10 คน ประกอบด้วย
1.นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7
2.น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 20
3.นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา เขต 1
4.นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง เขต 2
5.นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3
6.นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3
7.นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 6
8.นายภาณุ ศรีบุศยกาญจน์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1
9.น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 3
10.นายสมชาติ ประดิษฐพร ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 4
นายเรืองไกร ระบุว่า ส.ส.ทั้ง 10 คนดังกล่าว จากที่ได้ตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าทั้งหมดมีชื่อถือหุ้นในบริษัทที่วัตถุประสงค์ประกอบกิจการของบริษัท ระบุประกอบกิจการด้านสื่อสารมวลชน จึงอาจเข้าข่ายเป็น ส.ส.ที่เข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณา

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/2996882

Related links

ปากีสถานส่งสัญญาณเต็มใจเปิดเจรจาสันติภาพกับอินเดีย ขณะทดสอบยิงขีปนาวุธข่มขวัญ

ปากีสถานได้ส่งสัญญาณถึงความเต็มใจที่จะเปิดการเจรจาสันติภาพกับอินเดีย ขณะที่มีความเป็นไปได้สูงมากที่นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย จะได้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย ในช่วงเวลาที่อินเดียกับปากีสถานกำลังเผชิญหน้ากันครั้งใหม่

ขณะเดียวกัน ปากีสถานก็ได้ประกาศว่า ได้ทำการซ้อมยิงขีปนาวุธ ชาฮีน 2 ซึ่งเป็นขีปนาวุธแบบพื้นสู่พื้น และมีความสามารถในการส่งอาวุธธรรมดาและอาวุธนิวเคลียร์ได้เป็นระยะทางถึง 1,500 ไมล์ โดยการประกาศดังกล่าวก็อาจเป็นการส่งสัญญาณเตือนต่ออินเดียด้วย

กองทัพปากีสถานระบุในแถลงการณ์ว่า ขีปนาวุธชาฮีน 2 เป็นขีปนาวุธที่มีอานุภาพสูง ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการด้านยุทธศาสตร์ของปากีสถานในการที่จะรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ได้ระบุถึงอินเดียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านโดยตรง

เมื่อวานนี้ นายชาห์ เมห์หมัด คูเรชี รมว.ต่างประเทศของปากีสถาน ได้หารือกับนางซูชมา สวาราช รมว.ต่างประเทศของอินเดีย นอกรอบการประชุมประเทศสมาชิกองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ในเมืองบิชเคก เมืองหลวงของคีร์กีซสถาน โดยเขาเผยหลังการหารือว่า ปากีสถานต้องการยุติความขัดแย้งกับอินเดียผ่านทางการเจรจา

ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศได้เพิ่มขึ้นจนเกือบลุกลามเป็นสงครามในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากความขัดแย้งเกี่ยวกับแคว้นแคชเมียร์ ซึ่งทั้งสองประเทศอ้างสิทธิครอบครองนับตั้งแต่ประกาศเอกราชจากอังกฤษในปี 2490

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq37/2993927

Related links

เพื่อไทย ยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ กกต. กรณีผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ถือหุ้นในกิจการสื่อ

ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางซื่อ-ดุสิต พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า วันนี้ได้มาให้ถ้อยคำประกอบคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และยื่นเอกสารเพิ่มเติมที่ให้ตรวจสอบกรณี น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชนว่าขาดคุณสมบัติการสมัคร ส.ส.หรือไม่

ทั้งนี้หาก กกต.วินิจฉัยว่า น.ส.ธณิกานต์ มีความผิด ก็จะดำเนินการร้องเรียนให้ตรวจสอบในขั้นต่อไป เนื่องจาก น.ส.ธณิกานต์ มีตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารพรรค ที่อาจมีผลให้ยุบพรรคพลังประชารัฐได้

ขณะที่นายฉัตรชัย ณ บางช้าง สมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า วันนี้ได้มายื่นเรื่องให้ตรวจสอบกรณีการซื้อเสียงเลือกตั้งของ น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เขต 7 สมุทรปราการ โดยมีหลักฐานเป็นคลิปวีดิโอ สำเนาธนบัตร เพื่อขอให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่เขต 7 นอกจากนี้ ตนยังมาติดตามความคืบหน้ากรณีที่ได้ยื่นร้องเรียน กกต.มาก่อนหน้านี้แล้ว 3 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งเท็จของ กกต.เขต

“เรื่องที่เคยร้องเรียนไปก่อนหน้านี้ ยังไม่มีความคืบหน้า อยากให้ กกต.เร่งรัดพิจารณา เหมือนกรณีที่ร้องเรียนพรรคอนาคตใหม่” นายฉัตรชัย กล่าว

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/2991952

Related links

กกต.ส่งศาลรธน.วินิจฉัยคุณสมบัติ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กรณีถือหุ้นสื่อ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 82 วรรคสี่ กรณีความปรากฎหรือมีเหตุอันควรสงสัยต่อ กกต.ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3)

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/2991568

Related links

ปชป.เตรียมร้องเอาผิด กกต.ใช้สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์แจกคะแนนพรรคเล็ก ชี้คำนวณข้ามขั้นตอน

นายราเมศ รัตนะเชวง รักษาการกรรมการบริหาร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ค้านมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้สูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่จัดสรรเก้าอี้ให้กับพรรคการเมืองขนาดเล็กซึ่งได้รับคะแนนต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยพึงมี โดยอ้างไม่อยากให้มีคะแนนตกน้ำ แต่กลับทำให้คะแนนของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ตกทะเลนับล้านคะแนน โดยจะยื่นฟ้อง กกต. ทั้งในนามส่วนตัวและพรรค

โดยพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเกินคะแนนเฉลี่ย ส.ส.พึงมีคือกว่า 7.1 หมื่นคะแนนนั้น มีเพียง 16 พรรค และการออกมาชี้แจงครั้งนี้ไม่ได้เพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนตัว แต่เพื่อรักษาความถูกต้องของกฎหมาย

ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อตามแนวทางของ กกต.เพราะเป็นวิธีการคำนวณที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เนื่องจากพรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมี ไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128(5) และรัฐธรรมนูญมาตรา 91(4) จะอ้างว่าจัดสรรตามมาตรา 128(6) ไม่ได้ เพราะเป็นการข้ามขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติตาม 128(5) ไป

“กกต.ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิของผู้ที่ได้รับผลกระทบบ โดยพรรคและผู้ที่ได้รับผลกระทบ จะดำเนินการเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไป เพื่อตามหาความสุจริตและเที่ยงธรรม” นายราเมศ กล่าว

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร ในฐานะอดีต กกต. กล่าวว่า การใช้สูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของ กกต.ที่ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่จัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อให้พรรคการเมืองขนาดเล็กที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมี ได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย จะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91(4) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาตรา 128(5) ที่ระบุว่า ให้นำจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ำกว่าจำนวน ส.ส.ที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองดังกล่าวมี ส.ส.เกินกว่าจำนวนที่พึงจะมีได้

โดยหากยึดหลักตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด พรรคเล็กอันดับที่ 17-21 รวม 11 พรรค ที่มีคะแนนตั้งแต่ 33,754 – 68,973 คะแนน ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยที่พึงจะมี ส.ส. 1 คน คือ 71,168.5141 คะแนน จะไม่ได้จัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

ในการแถลงข่าวนายสมชัย ได้ใช้เอกสารข่าวของสำนักงาน กกต.ที่ 61/2562 ในส่วนหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจำนวน 14 หน้า มาเป็นหลักในการคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ โดยตั้งข้อสังเกตว่า การคำนวณตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 129 และ 128 ของ กกต.นั้นถูกต้องตั้งแต่หน้าที่ 1-7 แต่ในหน้าที่ 8 ขาดผลลัพธ์ตารางการคำนวณที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 128(5) คือต้องตัดพรรคการเมืองที่ได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมีออกไป แต่เมื่อไม่ตัดออกก็ทำให้ได้ผลลัพธ์จากการคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แตกต่างออกไป ทำให้ทุกตารางหลังจากนั้น ไม่สามารถนำมาใช้ในการคำนวณได้

โดยการคำนวณที่ถูกต้องจะมี 16 พรรคการเมืองที่มีสิทธิได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ แต่จะมีเพียง 14 พรรคการเมืองที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตเกินกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี และพรรคประชาชาติได้ ส.ส.แบบแบ่งเขตเท่ากับจำนวน ส.ส.พึงมี จึงไม่มีสิทธิได้ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก

โดย 14 พรรคที่ได้รับการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย พรรคพลังประชารัฐ 20 คน พรรคอนาคตใหม่ 54 คน พรรคประชาธิปัตย์ 21 คน พรรคภูมิใจไทย 13 คน พรรคเสรีรวมไทย 11 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 5 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน พรรคเพื่อชาติ 5 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 5 คน พรคชาติพัฒนา 2 คน พรรคพลังท้องถิ่นไท 3 คน พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน และพรรคพลังชาติไทย 1 คน รวม 149 คน

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/2987843

Related links

ทรัมป์เผยเจรจากับปูตินสดใส แนวโน้มสัมพันธ์สหรัฐและรัสเซียดี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้ชื่นชมการเจรจาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียเมื่อวานนี้ โดยกล่าวว่า แนวโน้ม ความสัมพันธ์สหรัฐและรัสเซียนั้นดีเป็นอย่างยิ่ง

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทรัมป์ได้ทวีตว่า การเจรจากับประธานาธิบดีปูตินเมื่อวานนี้ดีมากๆ ศักยภาพของความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศก็ดีเช่นกัน ยกเว้นว่าคุณจะอ่านข่าวในสื่อที่รายงานข่าวปลอม

ทรัมป์กล่าวว่า การเจรจากับปูตินในเรื่องการค้า เวเนซุเอลา ยูเครน เกาหลีเหนือ และการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นไปอย่างสร้างสรรค์
นางซาราห์ ฮัคคาบี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ทรัมป์และปูตินได้พูดคุยกันเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq37/2986027

Related links