บิ๊กโจ๊ก ขอถอนตัว ไม่ร่วมอบรมหลักสูตรการเมืองของ กกต.

จากกรณีทที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมจะเข้าร่วมอบรมในหลักสูตร การพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 10 (พตส.10) ที่ทาง กกต. จัดขึ้น เพื่อปูทางในการทำงานด้านการเมืองของตัวเอง โดยการอบรมดังกล่าวจะให้ผู้มีรายชื่อเข้ารายงานตัวในวันที่ 14 ส.ค. นี้นั้น

วันนี้ (12 ส.ค. 2562) มีรายงานข่าวอ้างว่าเป็นคนใกล้ชิดของ บิ๊กโจ๊ก ได้ออกมาเปิดเผยว่า ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ถอนตัวในการอบรมดังกล่าวแล้ว เนื่องจากอยากไปทำภารกิจในหน้าที่ก่อน

สำหรับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 10 (พตส.10) ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดขึ้น มีนักการเมือง สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการ ผู้พิพากษา นักธุรกิจ และนักสื่อสารมวลชนเข้าร่วมจำนวนมาก จากนั้นทาง กกต. จะทำคัดเลือกผู้เข้ารับการศึกษาอบรม ราว 100 คน และให้รายงานตัว ในวันพุธที่ 14 สิงหาคม ที่ชั้น 7 สำนักงาน กกต.

ที่มา https://news.mthai.com/politics-news/751060.html

Related links

หนุ่มอดีตกปปส.ขอขมา ‘วันนอร์’ โพสต์ด่า ‘ประชาชาติ’ เบื้องหลัง ระเบิดป่วนกรุง

หนุ่มอดีตกปปส.ขอขมา ‘วันนอร์’ โพสต์ด่า ‘ประชาชาติ’ เบื้องหลัง ระเบิดป่วนกรุง

วันที่ 6 ส.ค. กรณีเกิดเหตุ ระเบิดป่วนกรุง ในช่วงที่ผ่านมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งอดีตแนวร่วมกปปส. ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พรรคประชาชาติเป็นผู้บงการระเบิดป่วนเมือง เพราะจ้างวานให้คนรุ่นใหม่ชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปวางระเบิด โพสต์เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้พรรคประชาชาติได้รับความเสียหายจากข้อมูลข่าวสารเท็จ และสร้างความไม่พอใจต่อผู้สนับสนุนพรรคอย่างมาก

ทำให้ตัวแทนพรรคประชาชาติ ไปแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้โพสต์ดังกล่าว ที่ สภ.เมือง จ.นราธิวาส จากการตรวจสอบข้อมูลในทะเบียนราษฎร์ ของเจ้าพนักงานสอบสวน ปรากฎชื่อ “นายปิยะพงษ์” มีตัวตนจริง มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร จึงได้แจ้งความในข้อหาหมิ่นประมาทและกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งได้มีการนำเสนอข่าวทางสื่อมวลชนไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเช้า (วันที่ 6 ส.ค.) นายปิยะพงษ์ ได้ส่งข้อความขอโทษ และแสดงความสำนึกผิด ในเฟสบุ๊กของ ส.ส.พรรคประชาชาติ หลายท่าน จากนั้น เวลา 10.00 น. เขาได้เดินทางมาที่สำนักงานพรรคประชาชาติ เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ เพื่อขอพบ และขอขมาต่อคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งนายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ ได้พาเข้าพบนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค

นายปิยะพงษ์ กล่าวว่า ตั้งใจเดินทางมาขอโทษ ยอมรับว่าที่โพสต์ในเฟสบุ๊กนั้นเป็นการทำผิด และยืนยันว่าไม่มีใครบงการหรือจ้างวานให้ทำ ข้อความที่โพสต์นั้นเป็นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากตนเองมีสติปัญญาไม่ค่อยดี ยอมรับว่าได้โพสต์ข้อมูลไปเพราะเสพข่าวการเมืองมากเกินไป จึงได้โพสต์ข้อความตามความรู้สึกและอารมณ์ โดยปราศจากข้อเท็จจริง จึงถูกพรรคประชาชาติฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นประมาท

ที่มา www.khaosod.co.th/politics/news_2778491

Related links

มนุษย์เงินเดือนทุ่มภาษี 77% บริจาคให้ “ประชาธิปัตย์” ทิ้งห่าง “เพื่อไทย” ไม่เห็นฝุ่น

เพจเฟซบุ๊ก กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง โพสต์ข้อมูลและอินโฟกราฟิกเกี่ยวกับยอดเงินบริจาคภาษีของประชาชนให้กับ 33 พรรคการเมือง โดยมีเนื้อหาดังนี้

ตามที่ คณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ได้มีมติการประชุมครั้งที่ 8/2562 อนุมัติการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมือง ประจำปี 2562 จำนวน 77 พรรคการเมือง รวมเป็นเงินจำนวน 117,700,603.74 บาท ตามที่ได้แจ้งวงเงินจัดสรรให้ทุกท่านรับทราบแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งของเงินอุดหนุนนั้น มาจากเงินบริจาคภาษี ประจำปีภาษี 2560 ที่ผู้เสียภาษีแสดงเจตจำนงบริจาคให้แก่พรรคการเมือง 

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง จึงขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเงินบริจาคภาษีที่อยู่ในการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองข้างต้น เพื่อที่จะให้ทุกท่านได้รับรู้รับทราบเกี่ยวกับยอดเงินบริจาคภาษีที่ผู้เสียภาษีบริจาคให้แก่พรรคการเมืองที่ตนชื่นชอบ ดังนี้

1. ประชาธิปัตย์ ได้รับเงินบริจาคภาษี 4,080,500 บาท
2. ประชากรไทย ได้รับเงินบริจาคภาษี 13,300 บาท
3. มหาชน ได้รับเงินบริจาคภาษี 2,300 บาท 
4. ความหวังใหม่ ได้รับเงินบริจาคภาษี 7,900 บาท
5. เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ได้รับเงินบริจาคภาษี 27,700 บาท
6. เพื่อไทย ได้รับเงินบริจาคภาษี 812,100 บาท
7. เพื่อแผ่นดิน ได้รับเงินบริจาคภาษี 7,000
8. ชาติพัฒนา ได้รับเงินบริจาคภาษี 11,200 บาท
9. แทนคุณแผ่นดิน ได้รับเงินบริจาคภาษี 9,700 บาท
10. ชาติไทยพัฒนา ได้รับเงินบริจาคภาษี 20,000 บาท
11. อนาคตไทย ได้รับเงินบริจาคภาษี 14,800 บาท
12. ภูมิใจไทย ได้รับเงินบริจาคภาษี 21,500 บาท
13. สังคมประชาธิปไตยไทย ได้รับเงินบริจาคภาษี 33,100 บาท
14. พลังคนกีฬา ได้รับเงินบริจาคภาษี 7,300 บาท
15. เพื่อธรรม ได้รับเงินบริจาคภาษี 1,600 บาท
16. ประชาธิปไตยใหม่ ได้รับเงินบริจาคภาษี 5,600 บาท
17. ครูไทยเพื่อประชาชน ได้รับเงินบริจาคภาษี 48,500บาท
18. พลังสหกรณ์ ได้รับเงินบริจาคภาษี 3,500 บาท
19. พลังท้องถิ่นไท ได้รับเงินบริจาคภาษี 700 บาท
20. ถิ่นกาขาวชาววิไล ได้รับเงินบริจาคภาษี 1,800 บาท
21. รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 41,800 บาท
22. ไทรักธรรม ได้รับเงินบริจาคภาษี 2,900 บาท
23. เสรีรวมไทย ได้รับเงินบริจาคภาษี 83,900 บาท
24. รักษ์ธรรม ได้รับเงินบริจาคภาษี 1,100 บาท
25. เพื่อชาติ ได้รับเงินบริจาคภาษี 600 บาท
26. พลังประชาธิปไตย ได้รับเงินบริจาคภาษี 1,300 บาท 
27. ภราดรภาพ ได้รับเงินบริจาคภาษี 900 บาท
28. พลังไทยรักชาติ ได้รับเงินบริจาคภาษี 900 บาท
29. เพื่อชีวิตใหม่ ได้รับเงินบริจาคภาษี 1,100 บาท
30. รักท้องถิ่นไทย ได้รับเงินบริจาคภาษี 2,300 บาท
31. ผึ้งหลวง ได้รับเงินบริจาคภาษี 400 บาท
32. เพื่อสหกรณ์ไทย ได้รับเงินบริจาคภาษี 4,900 บาท
33. ประชาธิปไตยเพื่อประชาชน ได้รับเงินบริจาคภาษี 14,800 บาท

ที่มา sanook

Related links

“ยุทธพงศ์” อภิปรายปราบโกงทำ “ลุงตู่” ปรี๊ดต้องลุกพูดแทรกก่อนออกจากห้อง

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นโยบายรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กว้างมาก และไม่ได้มีการระบุแหล่งที่มาของรายได้ พร้อมบอกว่ารัฐบาลนี้ “กู้มาโกง” ยืนยันว่าไม่ได้พูดลอยๆ เพราะในนโยบายมีการระบุเรื่องการป้องกันแบะปราบปรามการทุจริตและการประพฤติมิชอบในวงราชการ มองว่าแค่เขียนไว้สวยหรู ตนเองไม่เชื่อเพราะนายกรัฐมนตรีเป็นคนเดิม พร้อมยกตัวอย่างเรื่องการซื้อรถดับเพลิงที่สูญงบประมาณไปมากมาย และบางคันซื้อมาก็ไม่เคยใช้ รวมถึงกล่าวว่ามีการฮั้วประมูล และท้าให้ฟ้องหากไม่ใช่เรื่องจริง

ทั้งนี้ในขณะที่ นายยุทธพงศ์ กำลังกล่าวเรื่องท่าเรือแหลมฉบัง ก็มี ส.ส. ลุกขึ้นประท้วงว่าทำผิดข้อบังคับมีให้ร้ายเสียดสีบุคคลภายนอก จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นกล่าวว่ามีภารกิจเพื่อชาติจะต้องไปพบประธานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ไอเคโอ (ICAO)  นายยุทธพงศ์ ก็กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง (EEC) หรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าว่า “ก็เกี่ยวดิครับ ก็มันอยู่ในขั้นตอนกระบวนการ” แล้วเดินออกจากห้องประชุมไป นายยุทธพงศ์ ก็เรียกนายกรัฐมนตรี และบอกว่าอย่าเพิ่งไป พร้อมบอกว่ทนฟังไม่ได้เรื่องปราบโกง จากนั้นก็ถามว่านายกรัฐมนตรีมีภารกิจอะไรที่มีความสำคัญกว่าการแถลงนโยบาย ยืนยันว่าไม่ได้มีการท้าทาย

ที่มา www.thairath.co.th/news/politic/1623558

Related links

พลังประชารัฐติวเข้ม ส.ส. “ธนกร” จวก “เฉลิม” ชอบข่มขู่ไม่ทิ้งนิสัยเดิม

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐได้เตรียมความพร้อมในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยจัดสัมมนา ส.ส. ของพรรคในวันที่ 21-22 ก.ค. ที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และมี นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคเป็นประธาน เชื่อว่า การอภิปรายนโยบายของรัฐบาลจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากทุกฝ่ายยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ฝ่ายค้านเองก็ทำหน้าที่ตามกรอบข้อบังคับอย่างเต็มที่เพื่ออภิปรายข้อเสนอแนะต่างๆ แต่การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จึงอยากเห็นฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ เป็นฝ่ายค้านยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนจับตาดูอยู่ และรอนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลจะนำไปปฏิบัติเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าสภาฯ เจอนรกแน่นั้น ร.ต.อ.เฉลิม นิสัยไม่เคยเปลี่ยน ชอบข่มขู่เป็นอาจิณ ทั้งที่ตัวเองอยู่นอกสภาฯ ด้วยซ้ำ ทางที่ดีน่าจะเอาเวลาไปติวเข้มให้ นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ดีกว่า จะได้แจ้งเกิดในสภาฯ เพราะนายวัน หน่วยก้านดี ควรจะเป็น ส.ส. ที่มีคุณภาพมากกว่าเป็นเน็ตไอดอล การอภิปรายครั้งนี้ ฝ่ายค้านจึงควรติชม เสนอแนะนโยบาย ดีกว่าพาดพิงเรื่องคุณสมบัติ เพราะรัฐมนตรีทุกคนผ่านการตรวจสอบตามกฎหมายมาแล้ว โดยเฉพาะในนายกรัฐมนตรีก็ผ่านการตรวจสอบจากองค์กรอิสระมาแล้ว และการที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่าจะอภิปรายนอกสภาฯ นั้น เราก็คงได้เจอกัน เพราะตนก็อยู่นอกสภาฯ เหมือนกัน “สมัยนี้ไปทะเลเจอฉลาม มานอกสภาฯ ก็จะเจอเฉลิมกับธนกร”

ที่มา ไทยรัฐ

Related links

กอ.รมน.ยันไม่มีสิทธิเรียกปรับทัศนคติ-กักตัว คนเห็นต่างทางการเมือง

กอ.รมน. แจงอำนาจมี พ.ร.บ. ความมั่นคง เป็นเครื่องมืออยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับ คำสั่ง คสช. ยันไม่มีสิทธิเรียกบุคคลใดมาปรับทัศนคติ และกักตัว รวมถึงคนเห็นต่างทางการเมือง

พลตรีธนาธิป สว่างแสง โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยว่า เมื่อ คสช.สิ้นสุดลง รัฐบาลใหม่เข้าถวายสัตย์ฯ กอ.รมน. ก็ยังทำงาน ดูแลความมั่นคง ในสถานการณ์ปกติต่อไป ในฐานะหน่วยประสานงาน และ แม้ว่าจะมีคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 อยู่ แต่ กอ.รมน. ก็ไม่ได้มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องใช้ เพราะ กอ.รมน. มีพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร 2551 อยู่แล้ว หากเกิดสถานการณ์ใด ก็สามารถแก้ปัญหาด้วยประกาศพื้นที่ความมั่นคง ตามมาตรา 15 และมาตรา 16 ได้

เมื่อมีสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคงเกิดขึ้น ก็จะประกาศเป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยตามมาตรา 15 ของพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ เมื่อมีการประกาศแล้วก็จะต้องมีการใช้กำลังตาม มาตรา 16 กอ.รมน.เลือกว่าจะใช้อำนาจหน้าที่อย่างไรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ยืนยันว่า พ.ร.บ.ความมั่นคง2551 ไม่ได้ให้อำนาจในการควบคุมตัว หรือเรียกใครมาปรับทัศนคติได้ โดย กอ.รมน. เป็นแค่หน่วยประสานงานกับส่วนราชการต่างๆ หากจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย ก็สามารถใช้กฎหมายปกติ ของหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหานั้นได้ ไม่สามารถใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ในการเชิญตัวมาได้

ในส่วนของ มาตรา 13/1 ที่ให้อำนาจคณะกรรมการอำนวยการ กอ.รมน. ระดับจังหวัด เชิญตัวบุคคลมาได้นั้น ไม่ใช่การเชิญมาปรับทัศนคติ แต่เป็นการเชิญมาให้ข้อมูล ในกรณีที่มีประเด็นสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน หรือจังหวัด ที่ต้องการความเห็นเพิ่มเติม แต่ยังขาดข้อมูลจากบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก็สามารถเชิญมาได้ และ สามารถเชิญมาให้ความร่วมมือในการทำเรื่องดีๆ ให้กับจังหวัดและในพื้นที่ได้ได้ด้วย

นอกจากนี้ ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติในพื้นที่ ก็สามารถเชิญบุคคล หรือตัวแทนหน่วยงานต่างๆ มาร่วมประชุมเพื่อแก้ปัญหาในทันทีทันใดได้เช่นกัน

“ขอยืนยันว่าพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่ได้เชิญตัวบุคคลมาสอบปากคำ หรือ กักขัง เพราะเป็นกฎหมายคนละอย่างกับ คสช. และกอ.รมน.ก็เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับสำนักงานนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่กองทัพ กฎหมายนี้ กอ.รมน.จะพยายามใช้โดยที่ไม่ไปละเมิดสิทธิมนุษยชน เน้นใช้กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มากที่สุด ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ไม่ได้มีอำนาจเรียกบุคคลที่เห็นต่างทางการเมืองเข้ามาพูดคุย รวมถึงการเคลื่อนไหวของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ขณะนี้เดินสายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับต่างประเทศด้วย” พล.ต.ธนาธิป กล่าว

ที่มา sanook

Related links

เปิดประวัติ “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” รัฐมนตรีอายุน้อยที่สุดใน ครม.ประยุทธ์ 2/1

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จากพรรคพลังประชารัฐ วัย 35 ปี รัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดใน ครม.ประยุทธ์ 2/1 เผยภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ไว้วางใจให้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ โดยยืนยันจะนำประสบการณ์ที่เคยเป็นข้าราชการมากกว่า 10 ปี และการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และยืนยันพร้อมสานต่อนโยบายของรัฐบาลเก่าที่เคยทำไว้ ส่วนนโยบายใหม่จะต้องรอความชัดเจน และการมอบหมายจาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก่อน

สำหรับประวัติของ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ หรือ แบงค์ จบการศึกษา รัฐศาสตรบัณฑิต (การเมืองการปกครอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , Master of Arts (Merit) London Metropolitan University ประเทศสหราชอาณาจักร และ บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต (การบริหารธุรกิจ) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 

นายอธิรัฐ เติบโตมาในครอบครัวนักการเมือง และดำเนินรอยตามบิดามารดา คือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ และ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ อดีต ส.ส.โคราชหลายสมัย ประสบการณ์ทางด้านการเมือง เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2554 อดีตปลัดอำเภอ จ.นครราชสีมา และอดีตปลัดอำเภอ จ.จันทบุรี ซึ่งเดิมทีอยู่สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นายอธิรัฐ ย้ายไปซบพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะได้เป็นรัฐมนตรีในที่สุด

ที่มา www.sanook.com/news/7831382/

Related links

“ราหุล คานธี”ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านหลัก รับผิดชอบพรรคพ่ายศึกเลือกตั้งอินเดีย

นายราหุล คานธี ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคคองเกรส ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้านหลักของอินเดียแล้วในวันนี้ โดยนายราหุลได้ทวีตว่า ตนเองขอรับผิดชอบกับความพ่ายแพ้ของพรรคในศึกเลือกตั้งทั่วไป

ในจดหมายลาออกของนายราหุลนั้น ได้ระบุว่า ตนเองไม่ได้มีความโกรธเคืองต่อพรรคบีเจพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลแต่อย่างใด แต่ทุกๆเซลในร่างกายของตนเองนั้นค้านกับแนวคิดของพรรคที่มีต่ออินเดีย อันเนื่องมาจากความแตกต่างและความเกลียดชัง โดยผู้บริหารภายในพรรคคองเกรสต่างตั้งความหวังว่า นายราหุลจะเปลี่ยนใจ

นายราหุลกล่าวว่า ความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญของการขยายตัวในอนาคตของพรรค นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมลาออกจากหัวหน้าพรรค
ปัจจุบัน นายราหุล อายุ 49 ปี หลังจากที่ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคองเกรสเมื่อปี 2560 ต่อจากนางซอนญา คานธี ผู้เป็นมารดา

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq37/3010697

Related links

สภาผู้แทนฯสหรัฐผ่านร่างกม.การใช้จ่ายเพื่อรับมือปัญหาผู้อพยพชายแดนเม็กซิโก

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านร่างกฎหมายการใช้จ่ายเพื่อรับมือกับปัญหาผู้อพยพที่หลั่งไหลเข้าสู่สหรัฐผ่านทางแนวชายแดนกั้นระหว่างสหรัฐและเม็กซิโก โดยร่างกฎหมายที่เสนอโดยวุฒิสภาฉบับนี้ ได้รับการลงมติเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่นางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร เผชิญแรงกดดันจากพรรคเดโมแครตให้เปลี่ยนท่าทีเพื่อจัดการกับปัญหาผู้อพยพทะลักเข้าเมืองอย่างรวดเร็ว

สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยคะแนนเสียง 305 ต่อ 102 ขณะที่นายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้การสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้

“เพื่อเป็นการจัดสรรทรัพยากรแก่เด็กๆที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว เราจะเห็นชอบต่อร่างกฎหมายที่เสนอโดยวุฒิสภาฉบับนี้” นางเปโลซีระบุในแถลงการณ์ก่อนการลงมติ “เด็กๆต้องมาก่อน และในวันนี้ เราจะต้องทำให้มั่นใจว่ามีทรัพยากรที่จำเป็นต่อการปกป้องพวกเขา”

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า วุฒิสภาสหรัฐได้มติเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณสำหรับสร้างกำแพงมูลค่า 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันพุธ หนึ่งวันหลังจากสภาผู้แทนราษฎรอนุมติร่างกฎหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สำหรับร่างกฎหมายที่เสนอโดยวุฒิสภานั้นประกอบด้วย เงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ พร้อมข้อเรียกร้องให้จัดสรรเงินสำหรับกระทรวงกลาโหม 145 ล้านดอลลาร์เพื่อใช้ในการควบคุมชายแดน ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากฝ่ายเสรีนิยมของพรรคเดโมแครต

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq37/3008493

Related links

“ปิยบุตร” จับตา 27 ส.ส.พปชร.ยื่นคุ้มครองชั่วคราว

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกรณีที่ 27 ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐไปยื่นคำร้อง
ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญขอคุ้มครองชั่วคราว โดยอ้างว่าหากหยุดปฏิบัติหน้าที่จะกระทบกับการทำหน้าที่สำคัญนั้น ตนเองขอให้พิจารณาโดยใช้แนวทางเดียวกันกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางกฎหมายอุปสรรคต่อการดำเนินงานสำคัญของที่ประชุมสภาฯ  ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน

“หากกรณี ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐทั้ง 27 คนได้การคุ้มครองชั่วคราวแบบนี้ พรรคอนาคตใหม่ก็ขอสงวนสิทธิที่จะขอใช้สิทธิบ้าง แต่เรายืนยันว่าไม่มีช่องทาง แต่ถ้าขอได้ ผมจะขอบ้าง” นายปิยบุตร กล่าว

ส่วนกรณีที่ฝายกฎหมายของพรรคพลังประชารัฐร้องขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนคดีเป็น 2 ครั้ง คือ ให้คู่กรณีให้ปากคำก่อนจะรับหรือไม่รับ ไม่สามารถทำได้ เพราะทำได้เพียงการตั้งตุลาการคณะเล็ก ทำงานเพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง หากตุลาการคณะเล็กพิจารณาและมีความเห็นอย่างไรต้องส่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคณะใหญ่พิจารณาภายใน 5 วัน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ซึ่งหากใช้องค์คณะใหญ่ ตอนนี้ก็ถือว่าเกินช่วงเวลา 5 วันมาแล้ว และสุดท้ายหากศาลอนุญาตให้ 41 ส.ส.พรรครัฐบาลที่ทางพรรคได้ยื่นคำร้องเข้าชี้แจงก่อนวินิจฉัยว่าจะให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่ทำไมกรณีของนายธนาธร ไม่มีการเปิดโอกาสให้ชี้แจงในลักษณะเดียวกันบ้าง

นายปิยบุตร กล่าวว่า สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญอยู่ในขณะนี้มีสองเรื่อง เรื่องแรกก็คือเกณฑ์ในการพิจารณาดูว่ามีการถือหุ้นสื่อ
จริงหรือไม่ และเรื่องที่สอง คือจะมีการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวหรือไม่
โดยในเรื่องแรกนั้น ได้มีแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกาออกมาแล้วในสองคดีหลักๆ คือคดีของ นายภูเบศวร์ เห็นหลอด อดีตผู้
สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ และ นายคมสัน ศรีวนิชย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง พรรคประชาชาติ ซึ่งทั้งสองคดีนี้ศาลได้ให้
แนวทางมาแล้ว ว่าให้ไปดูที่หนังสือบริคณห์สนธิ โดยถ้ามีข้อความระบุว่าทำกิจการที่เกี่ยวกับสื่อวลชน ก็ให้ถือว่าบริษัทนั้นประกอบกิจการสื่อจริง
ส่วนเรื่องที่สอง กรณีที่เกิดขึ้นกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้ยุติการปฏิบัติ
หน้าที่เป็นการชั่วคราว โดยระบุว่าหากปล่อยให้ปฏิบติหน้าที่ต่อไป จะส่งผลให้เกิดปัญหาทางกฎหมายและการดำเนินงานที่สำคัญในการประชุมสภา
นายปิยบุตร กล่าวว่า ในเมื่อมีข้อเท็จจริงที่คล้ายคลึงกันอย่างนี้จึงอยากเห็นว่าจะมีการใช้มาตรฐานในการพิจารณาคดีอย่าง
ไร ตนเองอยากเห็นสังคมไทยมีกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยที่มีความเท่าเทียมกัน กฎหมายที่มีอยู่ไม่ได้ทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น
จริงหรือไม่ ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นจริงจากศรัทธาและการประเมินของประชาชน
“ขอให้มีมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเที่ยมกัน สิ่งที่เหมือนกันต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน สิ่งที่ต่างกันก็
ต้องได้รับการปฏิบัติต่างกัน” นายปิยบุตร กล่าว

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/3005832

Related links