อุตตมแบไต๋พร้อมเจรจาจัดตั้งรัฐบาลผสมมั่นใจได้เสียงข้างมาก

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายประเมินว่าหลังการเลือกตั้งรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น คือรัฐบาลผสมที่มาจากหลายภาคส่วนว่า หากพรรคพลังประชารัฐได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเพียงพอเป็นเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล ปฏิบัติการเริ่มต้นคือการพูดคุยกับพรรคการเมืองที่มีแนวคิดเดียวกัน หารือการทำงานร่วมกันบนนโยบายที่สอดคล้อง เพื่อให้เกิดผลปฏิบัติที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างมากที่สุด จากนั้นคือการจัดลำดับการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนมากกว่า การมองผลประโยชน์ของบุคคลหรือการเมืองจากพรรคใดพรรคหนึ่งเป็นหลัก

“ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคใด คงต้องรอให้ผลการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค.ออกมาก่อน ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนั้นจะมีการพูดคุยเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยพิจารณาจากผลการเลือกตั้งเป็นสำคัญ และหากพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจมาร่วมตัดสินใจด้วย”

พร้อมยืนยันว่า นโยบายของพรรคผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วนอย่างรอบคอบ กรณีที่มีกระแสวิจารณ์ถึงนโยบายของพรรคพลังประชารัฐว่าเน้นการแจกเงินและเน้นแต่เรื่องประชานิยมนั้น เป็นการมองด้านเดียว โดยขาดการพิจารณาองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมดที่ครอบคลุมอย่างเป็นระบบ

“ขอยืนยันว่าทุกนโยบายของพรรคไม่มีเพียงแค่การลด แลก แจก แถมเท่านั้น เช่น นโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรที่พรรคนำเสนอด้านการส่งเสริมเรื่องรายได้ ด้วยการสร้างหลักประกันสินค้าและดูแลตั้งแต่กระบวนการเริ่มแรกของการผลิตจนถึงการส่งออก และขาย นอกจากนั้นพรรคยังมีนโยบายปลดภาระหนี้สินของเกษตรกรพร้อมกับส่งเสริมทักษะและศักยภาพที่พัฒนาให้เห็นเกษตรกรยุคใหม่ที่ใช้เทคโลยีช่วยส่งเสริมด้านการค้าขายผลิตผล

นอกจากนั้น ยังมีนโยบายในภาคแรงงาน, กลุ่มเอสเอ็นอี, ครู, นักศึกษาพรรคยังมีนโยบายที่ลดภาระหนี้สินและส่งเสริมทักษะการประกอบวิชาชีพ เพื่อให้มีศักยภาพต่อการดำเนินอาชีพได้ต่อไป โดยเน้นลดความหลื่อมล้ำและเกิดโอกาสใหม่ รวมถึงส่งเสริมวินัยการออมให้กลุ่มอาชีพทุกกลุ่มสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ส่วนนโยบายพักชำระหนี้ที่มีผู้ท้วงติงว่าทำให้เสียวินัยการเงินการคลังของประเทศนั้น นายอุตตม ยืนยันว่า ไม่เป็นเช่นนั้นแน่นอนเพราะจากการวิเคราะห์ถึงผลรวมของนโยบายแล้ว สิ่งที่ต้องเน้นเสริมคือการสร้างทักษะอาชีพ เพื่อให้ภาคอาชีพทุกกลุ่มของประเทศอยู่ได้ รวมถึงสร้างรายได้ให้กับพวกเขา เมื่อเขามีเงินใช้จ่าย มีรายได้มากพอ สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือ เน้นวินัยการออมเพื่อให้มีเงินเหลือเก็บ เพื่อเป็นต้นทุนของการดำเนินชีวิตต่อไป โดยทุกนโยบายล้วนสอดคล้องและเชื่อมโยง ดังนั้นขอให้ผู้ที่วิจารณ์นโยบายของพรรค ดูทุกนโยบายด้วยความเป็นธรรม อย่าสร้างอคติ

นายอุตตม กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (22 มี.ค.) พรรคจะจัดเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน เริ่มตั้งแต่ 17.00 น.เป็นต้นไป ภายใต้ชื่องาน “เปิดใจประชารัฐ ร่วมใจประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว” ซึ่งเป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรค แต่ปฏิเสธที่จะระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีจะขึ้นเวทีปราศรัยด้วยหรือไม่

หัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวว่า กิจกรรมใดที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จะให้ท่านเป็นคนตัดสินใจเองทั้งหมด ส่วนจะได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเวทีในวันพรุ่งนี้หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดตายตัว แต่เนื้อหาของการปราศรัยจะเป็นการสื่อสารในลักษณะเปิดใจว่าทำไมพรรคพลังประชารัฐถึงมาอยู่ ณ จุดนี้ และทำไมควรได้รับการไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน

“จะมีเซอร์ไพรส์อะไร หรือไม่ อย่างไร ขอให้อดใจรอ เพราะหากเป็นเซอร์ไพรส์ก็ต้องห้ามบอกก่อน แต่ตอนนี้ผมยังไม่สามารถบอกอะไรได้” นายอุตตม กล่าว

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/2970402

Related links

‘8 กุมภาฯ’ ทำ ‘ทักษิณ’ พ่าย ในสงครามการเมือง

“รองศาสตราจารย์ สังศิต พิริยะรังสรรค์” ชี้ 8 กุมภาฯทำทักษิณพ่ายในสงครามการเมือง

โดยระบุว่า สถานการณ์ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการเมืองและการเลือกตั้งของไทยในขณะนี้ค่อนข้างสูงกล่าวคือ

  1.พรรคไทยรักษาชาติต้องยุติบทบาททางการเมือง ในแง่พฤตินัยอย่างน้อยที่สุดเป็นการชั่วคราว แต่มีความโน้มเอียงสูงว่าพรรคการเมืองพรรคนี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายด้วย ดังนั้นพรรคไทยรักษาชาติคงไม่สามารถรณรงค์หาเสียงต่อไปได้แล้ว ยุทธศาสตร์ของคุณทักษิณที่กำหนดไว้ให้ ทษช. เป็นพรรคที่เก็บคะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงไม่เป็นจริงอีกต่อไป

2.ผลกระทบของ ทษช. ส่งผลให้พรรคการเมืองของคุณทักษิณทำงานได้ลำบาก พรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อไทยและพรรคที่เหลือทั้งหมด ต่างต้องถอยหลังหรือประกาศยุติการหาเสียงในบางพื้นที่แล้ว การต้องเสียเวลากับการปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงใหม่หมด เป็นตัวกำหนดให้เกิดกระแสนิยมของคุณทักษิณทั้งหมดตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว

3.พลังสำคัญที่ไปเร่งให้พรรคการเมืองของคุณทักษิณตกต่ำหนักลงไปอีก คือความหวาดระแวงและความกลัวของบรรดานายทุนที่สนับสนุนทางด้านการเงินให้แก่พรรคของคุณทักษิณ จะถอยห่างออกมา พรรคการเมืองที่ขาดน้ำเลี้ยงในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เหมือนกองทัพที่มีทหารแต่ไม่มีข้าวปลาอาหารจะบริโภค ขวัญของทหารจะตกต่ำและค่อยๆพากันหนีทัพอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

4.คะแนนนิยมส่วนตัวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพลังประชารัฐจะตีกลับ คนจะตัดสินใจเลือกพลเอกประยุทธ์เพราะเห็นว่าการกระทำความผิดของคุณทักษิณในครั้งนี้โจ่งแจ้งและมิบังควรเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทำให้คนไทยทั้งประเทศตกอยู่ในความไม่แน่นอนของอนาคตอยู่ตลอดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พฤติกรรมของ ทษช. ในครั้งนี้ได้ทำให้ภูมิรัฐศาสตร์ของไทยเปลี่ยนแปลงไปหมด ฝ่ายรุกตกเป็นฝ่ายรับ และฝ่ายรับกลับมาเป็นฝ่ายรุก เพราะคนได้เห็นภาวะความเป็นผู้นำของพลเอกประยุทธ์ในการรับมือและการเผชิญหน้ากับการก่อตัวของวิกฤติการเมืองไทยครั้งใหม่อย่างสงบนิ่ง รวมทั้งยังมาจากกลยุทธ์ที่ผิดพลาดของคุณทักษิณที่ทำให้คนเห็นว่าคุณทักษิณทำได้ทุกอย่างเพียงแค่ได้อำนาจกลับคืนเท่านั้น

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

Related links