เรืองไกรยื่น กกต.ตรวจสอบ 10 ส.ส.ประชาธิปัตย์ถือหุ้นในกิจการสื่อ เข้าข่ายขาดคุณสมบัติ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เดินทางไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 10 คน ที่อาจเข้าข่ายขาดคุณสมบัติและอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในทำนองเดียวกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

โดย ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 10 คน ประกอบด้วย
1.นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7
2.น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 20
3.นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา เขต 1
4.นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส.ระยอง เขต 2
5.นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3
6.นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3
7.นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 6
8.นายภาณุ ศรีบุศยกาญจน์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1
9.น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 3
10.นายสมชาติ ประดิษฐพร ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 4
นายเรืองไกร ระบุว่า ส.ส.ทั้ง 10 คนดังกล่าว จากที่ได้ตรวจสอบข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าทั้งหมดมีชื่อถือหุ้นในบริษัทที่วัตถุประสงค์ประกอบกิจการของบริษัท ระบุประกอบกิจการด้านสื่อสารมวลชน จึงอาจเข้าข่ายเป็น ส.ส.ที่เข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณา

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/2996882

Related links

ศาลรัฐธรรมนูญ นัด 14 ก.พ. วินิจฉัยคำร้องยุบพรรคไทยรักษาชาติ

ศาลรัฐธรรมนูญ เตรียมวินิจฉัย รับ-ไม่รับคำร้อง ปมยุบพรรคไทยรักษาชาติ พรุ่งนี้

เมื่อเวลา 14.15 น. วันที่ 13 ก.พ.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงว่า เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)​ ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการกกต.ให้มายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีกกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิฉัย เพื่อมีคำสั่งยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.)​ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องไว้ในทางธุรการและอยู่ระหว่างการตรวจคำร้อง โดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะเสนอคำร้องดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาว่าจะรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ในวันที่ 14 ก.พ. เวลา 13.30 น.

ที่มา Sanook News

Related links

‘8 กุมภาฯ’ ทำ ‘ทักษิณ’ พ่าย ในสงครามการเมือง

“รองศาสตราจารย์ สังศิต พิริยะรังสรรค์” ชี้ 8 กุมภาฯทำทักษิณพ่ายในสงครามการเมือง

โดยระบุว่า สถานการณ์ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการเมืองและการเลือกตั้งของไทยในขณะนี้ค่อนข้างสูงกล่าวคือ

  1.พรรคไทยรักษาชาติต้องยุติบทบาททางการเมือง ในแง่พฤตินัยอย่างน้อยที่สุดเป็นการชั่วคราว แต่มีความโน้มเอียงสูงว่าพรรคการเมืองพรรคนี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายด้วย ดังนั้นพรรคไทยรักษาชาติคงไม่สามารถรณรงค์หาเสียงต่อไปได้แล้ว ยุทธศาสตร์ของคุณทักษิณที่กำหนดไว้ให้ ทษช. เป็นพรรคที่เก็บคะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงไม่เป็นจริงอีกต่อไป

2.ผลกระทบของ ทษช. ส่งผลให้พรรคการเมืองของคุณทักษิณทำงานได้ลำบาก พรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อไทยและพรรคที่เหลือทั้งหมด ต่างต้องถอยหลังหรือประกาศยุติการหาเสียงในบางพื้นที่แล้ว การต้องเสียเวลากับการปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงใหม่หมด เป็นตัวกำหนดให้เกิดกระแสนิยมของคุณทักษิณทั้งหมดตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว

3.พลังสำคัญที่ไปเร่งให้พรรคการเมืองของคุณทักษิณตกต่ำหนักลงไปอีก คือความหวาดระแวงและความกลัวของบรรดานายทุนที่สนับสนุนทางด้านการเงินให้แก่พรรคของคุณทักษิณ จะถอยห่างออกมา พรรคการเมืองที่ขาดน้ำเลี้ยงในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เหมือนกองทัพที่มีทหารแต่ไม่มีข้าวปลาอาหารจะบริโภค ขวัญของทหารจะตกต่ำและค่อยๆพากันหนีทัพอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

4.คะแนนนิยมส่วนตัวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพลังประชารัฐจะตีกลับ คนจะตัดสินใจเลือกพลเอกประยุทธ์เพราะเห็นว่าการกระทำความผิดของคุณทักษิณในครั้งนี้โจ่งแจ้งและมิบังควรเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทำให้คนไทยทั้งประเทศตกอยู่ในความไม่แน่นอนของอนาคตอยู่ตลอดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พฤติกรรมของ ทษช. ในครั้งนี้ได้ทำให้ภูมิรัฐศาสตร์ของไทยเปลี่ยนแปลงไปหมด ฝ่ายรุกตกเป็นฝ่ายรับ และฝ่ายรับกลับมาเป็นฝ่ายรุก เพราะคนได้เห็นภาวะความเป็นผู้นำของพลเอกประยุทธ์ในการรับมือและการเผชิญหน้ากับการก่อตัวของวิกฤติการเมืองไทยครั้งใหม่อย่างสงบนิ่ง รวมทั้งยังมาจากกลยุทธ์ที่ผิดพลาดของคุณทักษิณที่ทำให้คนเห็นว่าคุณทักษิณทำได้ทุกอย่างเพียงแค่ได้อำนาจกลับคืนเท่านั้น

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

Related links

ทษช. ลั่น จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิม

ทษช. ลั่น จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ การเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิม!

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลำดับ 10 ของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Pongsak Phusitsakul แสดงความเห็นทางการเมือง ระบุว่า ช่วงเวลากว่า 3 เดือน ที่ตนได้มีส่วนร่วมทำงานการเมือง พรรคไทยรักษาชาติ ถือเป็นการทำงานที่ท้าทายและมีความหมาย เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ สำคัญมากต่ออนาคตของประชาธิปไตย เป็นการเลือกระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายสืบทอดอำนาจเผด็จการ เหมือนที่เคยบอกไว้แล้ว จึงเป็นหน้าที่ที่เราทุกคนจะต้องช่วยกันไม่ว่าจะทำได้มากหรือน้อยเพียงไรก็ตาม

อีกไม่กี่วันการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการเมืองไทยกำลังจะเกิดขึ้น และเชื่อว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้วการเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิม บริบทการเมืองไทย จะแปลกแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงที่สุดแล้ว ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลอย่างไรก็ตาม แต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง จุดยืนความคิดและอุดมการณ์ประชาธิปไตยของพวกเราได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ขอให้ทุกคน มองด้านบวกและหวังในด้านดี ไว้ก่อน หวังให้ ผู้รักประชาธิปไตยทุกคน หนักแน่นและมั่นคงต่อเป้าหมายหลัก ของเราร่วมกันครับ” นพ.พงษ์ศักดิ์ ระบุ

ที่มา ข่าวสด

Related links