“ประวิตร”เผยเตรียมตั้ง 9 รองห้วหน้า ปัดตั้ง”นฤมล”คุมทีมเศรษฐกิจพรรค แจงแค่ทีมร่างนโยบาย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ได้จัดเตรียมรายชื่อรองหัวหน้าพรรคจำนวน 9 คนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยยอมรับว่าทั้ง 9 คนมาจากทุกขั้วภายในพรรค แต่ปฏิเสธไม่ทราบว่ารายชื่อทั้ง 9 คนเป็นไปตามกระแสข่าวหรือไม่ พร้อมทั้งเตรียมแต่งตั้งโฆษกพรรคคนใหม่ด้วย

ส่วนกรณีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นหนึ่งในทีมร่างนโยบายให้กับพรรค

“ไม่ได้นำทีมเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องการเขียนนโยบาย ไม่ใช่ อ.แหม่ม เพราะเขาเป็นหนึ่งในทีมเขียนนโยบาย” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ส่วนกรณีมีข่าวกลุ่ม 4 กุมาร ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เตรียมลาออกจากพรรคนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้มาปรึกษากับตนเอง

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงเป้าหมายการทำงานว่า ตั้งใจจะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และทำให้เศรษฐกิจดี ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจต้องทำให้เศรษฐกิจฐานรากดีขึ้น และเป็นนโยบายที่ ส.ส.สามารถไปใกล้ชิดกับประชาชนได้ ซึ่งเป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3137716

Related links

“สุทิน” คาดลงมติร่าง พ.ร.บ.โอนงบวาระ 3 ได้วันนี้ เชื่อมี ส.ส.รัฐบาลอยากโหวตสวนมติ

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ วาระ 2 วาระ 3 ที่เข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าจะอภิปรายจบและสามารถลงมติวาระ 3 ได้ในวันนี้ โดยในส่วนของฝ่ายค้านได้เวลา 10 ชั่วโมง

ขณะที่การลงมติจะดูที่หน้างานที่การอภิปราย เพราะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหลายคนและกรรมาธิการหลายคนในฝ่ายรัฐบาลก็ไม่เห็นด้วย ทั้งเรื่องการตัดงบประมาณในบางกระทรวงที่ไม่ควรตัดก็ไปตัด เช่น งบของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ บางกระทรวงควรตัดงบประมาณแต่ก็ไม่ตัด เช่น งบของกระทรวงกลาโหม ตลอดจนการตัดงบประมาณในหลายจังหวัด ซึ่ง ส.ส.บางพื้นที่คงต้องอภิปรายปกป้องงบพื้นที่ รวมไปถึงจะมีการอภิปรายงบประมาณสำหรับการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่ง ส.ส.มองว่าเป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอย ที่รัฐบาลอ้างว่าไม่มีงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น และไม่มีความพร้อม ทั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ระบุว่ามีความพร้อม ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ต้องเลื่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นออกไป หรือการเลื่อนเลือกตั้งเป็นเพราะรัฐบาลรวมถึงพรรคร่วมไม่มีความพร้อม และรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่มีเรื่องการกระจายอำนาจไว้แม้แต่นิดเดียว จึงเป็นเครื่องชี้เจตนาว่า ภาพรวมในรัฐธรรมนูญคนมีอำนาจไม่อยากให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง และรัฐบาลอยากกระชับอำนาจไว้อย่างนี้

นายสุทิน กล่าวว่า อาจมีปัจจัยที่ทำให้ผิดความคาดหมาย เช่น พรรคร่วมรัฐบาลอาจมองว่าการตัดงบประมาณแต่ละพรรคไม่เป็นธรรม ส.ส.รัฐบาลเองก็มีผลกระทบในพื้นที่ที่โดนตัดงบพื้นที่ ก็อาจจะไม่เห็นด้วยในบางกรณีบางมาตรา เพราะฉะนั้นการลงมติวันนี้หากฝ่ายรัฐบาลไม่มีการจัดการที่เข้มแข็งเชื่อว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลอยากโหวตคว่ำสวนกับมติรัฐบาลอยู่หลายเรื่อง หากฟรีโหวตเชื่อว่าจะลงมติร่วมกับฝ่ายค้านแน่นอน

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3134192

Related links

‘อนุทิน’ ตั้ง ‘นพ.ม.ล.สมชาย’ นั่ง ปธ.สอบปมข่าว 186 ร.พ. รับเงินบริษัทยา

จากกรณีที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งย้าย นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น มายังกองบริหารการสาธารณสุข กรณีปัญหาเรียกรับเงินบริจาคบริษัทยาเข้ากองทุนพัฒนา รพ. และแต่งตั้ง นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผอ.รพ.พระปกเกล้า จ.จันทบุรี มาเป็นรักษาการแทน

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ทุกฝ่ายจะต้องได้รับความเป็นธรรม มีคณะกรรมการ 2-3 ชุด ก็รอดูข้อสรุปให้เรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งนี้ การทำงานต้องให้เกียรติกัน และขอให้รับทราบด้วยว่ารัฐมนตรีเองก็มีอำนาจตามกฎหมาย บางเรื่องก็ทำไม่ได้ แต่ขอย้ำว่า นพ.ชาญชัย ยังเป็น ผอ.โรงพยาบาลขอนแก่นอยู่ ส่วนอีกท่านที่มานั่งรักษาการที่โรงพยาบาลตอนนี้ ท่านก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม ยังไม่มีการย้ายขาด เพราะเราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนเรื่องการย้าย นพ.ชาญชัย ออกนอกพื้นที่ และย้ายคนอื่นเข้ามารักษาการแทน ต้องไปถามว่าทำไมทางปลัดฯ ถึงตัดสินใจเช่นนี้ ท่านมีเหตุผลของท่าน

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/884621?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Related links

“ธนกร” ท้า “หญิงหน่อย” แน่จริงให้ลูกพรรคโหวต ไม่เห็นด้วย พ.ร.ก. 3 ฉบับ

“ธนกร” สวน “หญิงหน่อย” อย่าเล่นการเมืองบนความทุกข์ของประชาชน ยัน รัฐบาลแจง พ.ร.ก.3 ฉบับ ชัดเจน ย้ำ เพื่อช่วยประชาชนสู้โควิด-19 โปร่งใส ตรวจสอบได้ ท้าถ้าคิดว่า ไม่เห็นด้วยก็บอกลูกพรรคโหวตไม่เห็นชอบ คนจะได้จดจำชั่วลูกชั่วหลาน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่า รัฐบาล ชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ ไม่เคลียร์ และไม่เห็นหัวประชาชนว่า ด้วยความเคารพ คุณหญิงสุดารัตน์ ตนรู้สึกผิดหวังอย่างมาก เพราะที่ผ่านมา ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรที่เกิดประโยชน์กับประชาชน ก็ไม่เคยถูกใจคุณหญิงสุดารัตน์เลยแม้แต่เรื่องเดียว ขนาด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม หายใจยังผิดเลยในสายตาของคุณหญิงสุดารัตน์ วันนี้รัฐบาลชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงินได้ชัดเจน ไม่ได้ตีเช็คเปล่า เพราะมีแผนงาน มีกระบวนการตรวจสอบมากมาย ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส การออก พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ ก็เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากไวรัสโควิด-19 จึงไม่เข้าใจว่า รัฐบาลช่วยประชาชนนั้น มันผิดตรงไหน คุณหญิงสุดารัตน์ ไม่เห็นด้วยตรงไหน ที่สำคัญเงินที่เยียวยาประชาชน ก็จ่ายตรงประชาชนถึงมือแล้ว 15 ล้านคน ส่วนงบฟื้นฟู 4 แสนล้านบาท ก็ยังไม่ได้ใช้สักบาท

นายธนกร กล่าวอีกว่า ไม่อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์ เล่นเกมการเมืองชนิดไม่ลืมหูลืมตา จนละเลยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้ประชาชนเดือดร้อนจากสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นรัฐบาลมีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ และนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม จนประชาชนชื่นชมรัฐบาล ถ้าคุณหญิงสุดารัตน์ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.3 ฉบับ ก็บอกลูกพรรคโหวตไม่เห็นด้วยได้เลย ประชาชนทั่วประเทศจะได้จดจำคุณหญิงสุดารัตน์ ไปชั่วลูกชั่วหลาน วันนี้ต้องเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ใช่เวลามาเล่นการเมืองกัน ประชาชนเดือดร้อน ต้องร่วมแรงร่วมใจกันไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล และไม่ต้องห่วงเรื่องความโปร่งใส เพราะรัฐบาลนี้จะต้องไม่มีปัญหาการทุจริตเหมือนรัฐบาลในอดีตแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตนเพียงแต่ชี้แจงคุณหญิงสุดารัตน์ ด้วยความเคารพ ดังนั้น คงไม่ต้องให้ลูกรักอย่าง นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ออกมาตอบโต้ตนอีก

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1857048

Related links

วิเคราะห์การเมือง เลยจุด “ลอยตัว” ไปแล้ว

ตรวจชะตาของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีในทีม “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม

ฟันธงแบบไม่กั๊ก โหงวเฮ้งเดินอยู่ที่ “ปลายคาง” ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในรอบอายุ 75–76 ขวบปี มีความมั่นคงในดวงชะตา มีความเป็นผู้นำที่สามารถเข้ามาบริหารบ้านเมืองได้

มาแรงแซงโค้งจะยึดเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปูทางตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

“อวยกันไส้แตก” ไม่กลัวหน้าแหก เสียยี่ห้อ “ซินแสเข่ง”

แต่นั่นก็สวนทางไปกันคนละทิศคนละตำรากับ “โหรท็อปบูต” นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต เชียงใหม่ เปิดนิมิตหลวงปู่เกวาลัน ส่งซิกถึงลูกศิษย์ทหารเสือ

ที่มา ไทยรัฐ

Related links

เพื่อไทยจี้รัฐบาลคลายล็อกเพิ่ม-ผ่อนปรนเคอร์ฟิว-ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเปิดทางชาวบ้านทำกิน

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยการปลดล็อกและผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ที่ไม่จำเป็นต่อการควบคุมโรคไวรัสโควิด-19 เพื่อให้ประชาชนกลับมาทำมาหากินได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้

1.รัฐต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้กับประชาชนมากเกินไปจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน ถึงวันนี้พิสูจน์แล้วว่าประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตัวเองและผู้อื่น หากรัฐสร้างเงื่อนไขเพื่อควบคุมประชาชนมากเกินไป ย่อมทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้เหมือนเดิม ดังนั้นรัฐควรยกเลิกเงื่อนไขที่ไม่มีประโยชน์ต่อการควบคุมโรคออกไปทุกข้อ ยกตัวอย่างเช่น มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในร้านอาหารที่กำหนดให้ทุกโต๊ะนั่งได้คนเดียว กรณีแบบนี้ควรอนุโลมได้ถ้าลูกค้ามาจากครอบครัวเดียวกัน เป็นต้น

2.รัฐควรผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่ไม่กระทบต่อการควบคุมโรคเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับไปทำงานได้เร็วที่สุด โดยต้องใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนการทำมาหากินของประชาชนอย่างเต็มที่ เช่น รัฐควรเพิ่มจำนวนเที่ยวรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ขนส่งสาธารณะ เรือโดยสาร เพื่อลดจำนวนความแออัดหนาแน่นของประชาชน และฉีดพ่นฆ่าเชื้อทุกเที่ยว เป็นตามมาตรการควบคุมโรค และควรมีมาตรการผ่อนปรนให้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สามารถเปิดใช้งานได้ ตามตึกในที่ทำงาน และห้างสรรพสินค้า ตามมาตรฐานสาธารสุข เช่น ฟู้ดคอร์ท เพื่อสนับสนุนกับการปลดล็อคดาวน์ให้ประชาชนกลับไปทำงานได้เหมือนเดิม

3.รัฐควรผ่อนปรนเรื่องกำหนดเวลาเคอร์ฟิว เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง และคนไทยมีวินัยในการป้องกันตัวเองและผู้อื่นสูงขนาดนี้แล้ว การกำหนดเวลาเคอร์ฟิวที่ใช้อยู่ในขณะนี้จึงเกินความจำเป็นและกลายเป็นอุปสรรคกับการทำมาหากินของคนหลากหลายอาชีพ เช่น รถรับจ้าง ร้านอาหารรอบดึก สายการบิน รถทัวร์ ตลาดนัดกลางคืน ธุรกิจขายส่ง ธุรกิจส่งออกฯลฯ พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่ารัฐบาลควรผ่อนคลายเวลาเคอร์ฟิวให้สั้นลง หรือควรยกเลิกไปได้แล้ว

4.รัฐควรมีมาตรการควบคุมเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเข้มงวด ไม่ให้ใช้อำนาจจากมาตรการของรัฐ ถือโอกาสฉกฉวยแสวงประโยชน์จากประชาชน เพราะขณะนี้ทุกคนเดือดร้อนโดยถ้วนหน้า วันนี้คนทำมาหากินลำบากมากขึ้น ต้นทุนสูง กำไรหด หากยังโดนเจ้าหน้าที่รัฐรีดไถด้วยการอ้างเหตุผลจากเงื่อนไขที่รัฐกำหนด ยิ่งเป็นการซ้ำเติมทุกข์ให้หนักมากขึ้น ดังนั้นผู้มีอำนาจต้องเข้มงวด อย่าปล่อยปละละเลยให้ลูกน้องมีพฤติกรรมเช่นนี้กับประชาชนอย่างเด็ดขาด

5.รัฐควรพิจารณายกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชในสถานการณ์ฉุกเฉิน และนำพระราชบัญญัติโรคติดต่อมาบังคับใช้แทน เพราะการบังคับใช้มาตรการสาธารณสุขที่ผ่านมาดำเนินการมาอย่างได้ผล และสถานการณ์แพร่ระบาดมีแนวโน้มดีขึ้นมาเป็นลำดับ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกต่อไป

เลขาธิการพรรคฯ กล่าวว่า ขณะนี้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาทที่รัฐบาลใช้อำนาจออกเป็นพระราชกำหนดถือว่าถูกบังคับใช้แล้ว ดังนั้นการใช้เงินดังกล่าวต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชน การที่รัฐยังสร้างเงื่อนไขกับประชาชนเกินความจำเป็น ย่อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคให้กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย พรรคเพื่อไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อเสนอของพรรคและฟังเสียงของประชาชน และนำมาสู่การคลายล็อคและผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ตามสถานการณ์ที่แท้จริง ทั้งนี้เพื่อให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3122017

Related links

“ชวน” สั่งเร่งปรับปรุงห้องประชุมสภาภายใน 2 เดือนให้ทันการพิจารณางบปี 64 เข้าวาระแรก 4-5 มิ.ย.นี้

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งให้ปรับปรุง และยกระดับที่นั่งประธานฯ และรองประธานฯ ในห้องประชุมสุริยันให้สูงขึ้นมา โดยกำชับให้เร่งดำเนินการให้เสร็จในระยะเวลา 2 เดือนที่เหลืออยู่ เนื่องจากได้รับการประสานจากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลมาแล้วว่าเมื่อเปิดสมัยประชุมในสัปดาห์แรกวันที่ 27-28 พ.ค.จะมีกฎหมายสำคัญเข้ามาพิจารณา จากนั้นในวันที่ 4-5 มิ.ย.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ในวาระแรก

นอกจากนี้ ได้รับการประสานงานจาก บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) กรณีเกิดปัญหาจากการประกาศเคอร์ฟิวที่ส่งผลกระทบต่อเวลาการทำงานที่จะต้องเลิกเร็วขึ้น ซึ่งได้มีการพูดคุยถึงตัวเลขความเสียหายอย่างไม่เป็นทางการ โดยทางบริษัทฯ แจ้งว่าขอสงวนสิทธิที่จะฟ้องร้องต่อไป ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ทางที่ปรึกษาบริหารโครงการรวบรวมข้อมูลและผลกระทบจากการประกาศเคอร์ฟิวมารายงานให้ทราบด้วย

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3113594

Related links

“ศรีสุวรรณ”จี้ นายกฯ ปลด รมช.กลาโหม-เด้ง ผบ.ทร.เซ่นซื้อเรือยกพลจากจีนแม้ถอนวาระจากครม.แล้ว

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ตัดสินใจ 2 ประการ คือ 1)โยกงบซื้ออาวุธของกองทัพทั้งหมดไปใช้แก้ปัญหาโควิด-19 และ 2)โยก ผบ.ทร. ให้ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลด รมช.กลาโหม เนื่องจากมีการนำเรื่องเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 31 มี.ค.63 ขออนุมัติให้กองทัพเรือดำเนินโครงการจัดหาเรือเอนกประสงค์ยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่สนับสนุนการปฏิบัติการเรือดำน้ำระยะที่ 1 จำนวน 1 ลำมูลค่า มากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 6,200 ล้านบาท) แม้ว่าจะถอนเรื่องออกจากวาระวานนี้แล้วก็ตาม

การเสนอใช้เงินภาษีของประชาชนจำนวนมหาศาลไม่ใช่เรื่องใหม่ของกองทัพเรือในยุคนี้ แม้ประเทศจะมีปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ข้าวยากหมากแพงก็ตาม หากแต่กองทัพเรือกลับเดินหน้าขอจัดซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำมูลค่า 36,000 ล้านบาท(ลำแรกราคา 13,500 ล้านบาท) รวมทั้งการสร้างบ้านพักรับรอง ผบ.ทร.ริมแม่น้ำเจ้าพระยามูลค่า 112 ล้านบาทอีกด้วย ดังนั้นการจัดซื้อจัดหาเรือลำเลียงพลสะเทินน้ำสะเทินบก (Landing Platform Dock หรือ LPD) จากจีนจึงไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย และได้ลงนามซื้อไปแล้วเมื่อ 9 ก.ย.62 แม้ที่ผ่านมา กองทัพเรือไทยมีเรือสะเทินน้ำสะเทินบกขนาดใหญ่อยู่ลำหนึ่งอยู่แล้วคือ เรือหลวงอ่างทองก็ตาม

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3110927

Related links

“ธนาธร” รอดคดีพ.ร.บ.คอมพ์ฯ หลังอัยการ สั่งไม่ฟ้องกรณีวิจารณ์พลังดูด คสช./คดี”ปิยบุตร”หมิ่นศาลรธน.เลื่อนเป็น 26 พ.ค.

อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ร้องทุกกล่าวโทษนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายไกลก้อง ไวทยการ อดีตนายทะเบียนพรรคฯ และ น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรคฯ ในความผิดร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จากกรณีจัดรายการผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในเพจอนาคตใหม่วิจารณ์เรื่องพลังดูด ส.ส.ของ คสช.หลังเลื่อนนัดฟังคำสั่งมาแล้วหลายครั้ง

“อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องคดีเด็ดขาดแล้ว หลังตำรวจไม่มีความเห็นแย้ง” นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายธนาธร และอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ กล่าว

นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า สาเหตุที่อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาเนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่เป็นความผิดตามที่กล่าวหา เนื่องจากไม่ได้ก่อให้เกิดความวุ่นวาย

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ตกเป็นผู้ต้องหาหมิ่นประมาทศาลรัฐธรรมนูญนั้น อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งออกไปเป็นวันที่ 26 พ.ค.63 เนื่องจากสำนวนที่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการสอบพยานเพิ่มเติมยังไม่ส่งกลับมา

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3108715

Related links

ธนิกานต์ เผย กมธ.แก้ รธน.พร้อมรับฟังความเห็น ครช.นิสิต-นศ.หลังมาสภา

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แถลงสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมี 4 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้พิการ ประชาสังคม สตรี และกลุ่มแรงงาน โดยแต่ละกลุ่มมีตัวแทนเข้าร่วมประมาณ 30 คน โดยกลุ้มผู้พิการ ได้มีการเสนอแนะเกี่ยวกับสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ มาตรา 71 ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการเข้าถึงและโอกาสที่เท่าเทียมกันเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร กระบวนการยุติธรรม กฎหมาย รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือในการเข้าถึงการเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นคุณภาพความเป็นอยู่ การดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และความสามารถในการสร้างอาชีพ เพื่อมีรายได้อย่างไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ และร้องขอให้เปลี่ยนถ้อยคำจาก ผู้ด้วยโอกาสเป็นคำอื่นที่มีศักดิ์ศรีมากกว่านี้

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1793964

Related links