อนาคตใหม่รอด! ศาลรธน.วินิจฉัยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงล้มล้างการปกครอง

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ปรากฏข้อเท็จริงว่าพรรคอนาคตใหม่และแกนนำพรรค ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 63 เวลา 12.00 น. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย กรณีนายณฐพร โตประยูร ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 1, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ 2, นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ถูกร้องที่ 3 และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 4 ไม่ได้เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เนื่องจากยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเพียงพอ รวมทั้งข้อบังคับพรรคอนาคตใหม่ไม่มีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ส่วนกรณีที่ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ถูกร้องมีแนวความคิดต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในสังคมไทยดังปรากฏตามสาธารณะนั้น ข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏเป็นเพียงข้อมูลข่าวสารจากเว็บไซต์ โดยยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกร้องเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเช่นกัน

ที่มา https://www.posttoday.com/politic/news/612304

Related links

“ชวน” ติงกมธ.ทะเลาะกันสร้างภาพลบต่อสภา ชี้ถอด”เสรีพิศุทธ์”พ้นประธานต้องดูข้อบังคับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาความวุ่นวายของกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรว่า ที่ผ่านมาได้เคยตักเตือนไปแล้ว โดยให้คำแนะนำไปว่าต้องไปดูแลกันเองให้ปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ เพราะทั้งหมดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แต่หากมีการร้องเรียนเข้ามาก็พร้อมเป็นตัวกลางให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกัน

“ภาพที่ออกมาไม่ใช่ภาพบวก และไม่เคยเปลี่ยนแปลงจากที่เคยปรากฎตั้งแต่ต้น ที่ผ่านมามีการร้องเรื่องการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม แต่ขณะนี้กรรมาธิการยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการยังไม่แล้วเสร็จจึงไม่สามารถส่งเรื่องให้พิจารณาได้” นายชวน กล่าว
ส่วนการยื่นญัตติขอให้ถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกรรมาธิการฯ พ้นจากตำแหน่งนั้น นายชวน กล่าวว่า รับทราบจากข่าวแต่ยังไม่เห็นรายละเอียด ซึ่งตามหลักการสามารถทำได้ แต่ต้องดูเนื้อหาคำร้องว่าเข้าตามหลักเกณฑ์ข้อบังคับว่าจะพ้นจากตำแหน่งไปได้อย่างไรบ้าง

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ กล่าวว่า ไม่คาดหวัง ให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกรรมาธิการปรับปรุงบทบาทตัวเอง เพราะเคยเตือน เคยบอกแล้วแต่ก็ไม่ฟัง ดังนั้น ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย และข้อบังคับ การประชุม

“ทำงานร่วมกันยากมาตั้งแต่ต้น เนื่องจากพล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ใช้อำนาจบริหารงานตามอำเภอใจ หลายเรื่องไม่คำนึงถึงข้อบังคับ ซึ่งปัญหาเกิดจากแนวคิดของประธานโดยใช้กรรมาธิการและฐานะของประธานเป็นเครื่องมือที่จะดำเนินการทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือเตรียมเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งกรรมาธิการสามัญของสภา ไม่เคยปฏิบัติ ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ส่วนใหญ่จะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน และพูดคุยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรรมาธิการและไม่ใช้กรรมาธิการเป็นเครื่องมือเล่นงาน รัฐมนตรี หรือส.ส. พรรคอื่น หรือมุ่งโจมตีทางการเมือง”
หากที่ประชุมสภาฯ มีมติ ถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากกรรมาธิการ วิปทั้งสองฝ่ายอาจจะต้องคุยกันว่า โควต้าประธานกรรมาธิการจะต้องเป็นของฝ่ายใด ยังคงเป็นสิทธิของฝ่ายค้าน และ พรรคเสรีรวมไทยหรือไม่

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3086422

Related links

ทีมซักฟอกเครื่องรวน

ส.ค.ส.2563 จากเด็กๆอวยพร “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม น่ารักน่าเอ็นดู แต่ติดติ่งทิ้งท้ายถูกใจ ขอให้อดทน ไม่บ่น ไม่วีน

ชั่วโมงนี้รู้กันทั้งประเทศ จุดอ่อน “ลุงตู่” คือจุดเดือดต่ำ หัวร้อน ใจร้อน เก็บอาการไม่ค่อยอยู่

ลงทุนระบบราง 1.1 ล้านล้าน วงเงินเทียบเท่ายักษ์จีน-ญี่ปุ่น
สัญญาสร้างผลงานชิ้นโบแดง
ธรณีวิทยาของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ
พานให้คิดถึงคิวอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นปลายเดือน ม.ค.นี้ ฝ่ายค้านพุ่งเป้าจ้อง ถล่มไปที่กัปตันเรือเหล็ก “บิ๊กตู่” เต็มๆ ตามที่ “น้าเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ฉายหนังตัวอย่าง ไปพอท้วมๆ

งานนี้อาจเกิดอาการนอตหลุดจนเสียทรง ทีมงานรัฐบาลพลังประชารัฐเลยเตรียมทีม “องครักษ์พิทักษ์ตู่” คอยเตะตัดขายกมือประท้วงกันเต็มอัตราศึก ไม่ปล่อยให้ฝ่ายค้านด่าฟรีๆยาวๆ

แต่ที่น่าจับตากว่าใครยามนี้คือสถานการณ์ภายในพรรคแกนนำฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย ข่าวลือข่าวปล่อยเลื่อยขาเก้าอี้ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธาน ยุทธศาสตร์พรรค ออกมาเพียบเล่นเอาเจ้าตัวออกอาการท้อแท้ เสียกำลังใจ

วันก่อนนัดเลี้ยงปีใหม่กับทีมงาน กทม. ปลอบประโลมกันไป ถัดมาอีกวันก็นัดเลี้ยงทีมงาน ส.ส.อีสานที่ไปร่วมหาเสียงเลือกตั้งซ่อมขอนแก่นกันมา บอกรักให้กำลังใจกันหวานชื่นแม้จะแพ้เลือกตั้ง

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1743118

Related links

เพื่อไทย ยันไม่ส่งคนชิงประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ เล็งตั้ง ส.ส.ร.รื้อทั้งฉบับ

นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย หนึ่งในกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กมธ.จะมีการประชุมนัดแรกในวันพรุ่งนี้ (24 ธ.ค.) สำหรับตำแหน่งประธาน กมธ.นั้น ยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้อยากจะเป็นประธานฯ ถ้าบุคคลใดมีความตั้งใจ และมีความเหมาะสม ก็พร้อมที่จะสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรคในกรณีการเสนอชื่อบุคคลนั่งตำแหน่งประธาน กมธ. ด้วย

“วันนี้อาศัยเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ ฝ่ายค้านอยากแก้แค่ไหนแต่ถ้ารัฐบาลไม่เอาด้วยก็แก้ไม่ได้ ถึงแม้รัฐบาลจะมีเสียงท่วมท้นก็ไม่สามารถแก้ไขได้ถ้าฝ่ายค้านไม่เอาด้วย ดังนั้นเราควรปลดล็อกตรงนี้” นายโภคิน กล่าว
นายโภคิน กล่าวว่า ประเด็นต่อมาคือควรยกเลิกการนิรโทษกรรมจากการรัฐประหาร และระบบการเลือกตั้งที่แปลกประหลาด ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถคุยกันได้ รัฐธรรมนูญควรเป็นฉบับประชาชนเพื่อประชาชน ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนร่าง และประชาชนเห็นชอบเลย ดังนั้นจึงควรคืนอำนาจให้ประชาชนตั้ง ส.ส.ร.เข้ามาช่วยกันยกร่าง มาถกเถียงกัน

“ส.ส.ร.ที่ตั้งเข้ามาก็ยังไม่รู้เลยว่าจะร่างรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร แต่เราจะคงหมวด 1 และหมวด 2 ไว้ เราคาดหวังว่าระยะเวลา 4 เดือนนี้ เราน่าจะจบในประเด็นที่ทำให้รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขโดยวิธีปกติ” นายโภคิน กล่าว

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3079861

Related links

ยิ่งลักษณ์โผล่โพสต์เฟซบุ๊กถึงนายก ชีวิตต้องสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน

หลายคนคงคิดว่าช่วงนี้ดิฉันทำไมเงียบหายไป ยังมีความสุขดีอยู่มั้ย บางครั้งการพยายามไม่คิดมาก ทำใจให้สงบ มีความสุขก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แต่ความสุขเหล่านั้นก็อยู่บนความสุขที่หน้าชื่นอกตรม เพราะนอกจากตัวเองจะต้องพลัดพรากจากลูก จากครอบครัวและจากพี่น้องประชาชนมาอยู่ต่างแดนแล้วยังต้องสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร รวมถึงทรัพย์สมบัติส่วนตัวที่ตนเองหามาตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนมาเป็นนายกรัฐมนตรี และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ตอบแทนดิฉัน

ดิฉันสูญเสียบ้านที่ถูกยึดและขณะนี้ทรัพย์สินของดิฉันก็กำลังถูกกรมบังคับคดีประมูลชิ้นต่อชิ้น ดิฉันใช้ข้อต่อสู้ทางกฎหมายทุกรูปแบบแล้วแต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งได้ เพราะนายกรัฐมนตรีชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา
ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยึดอำนาจ และจนถึงปัจจุบันมาตรา 44 ก็ยังคุ้มครองเจ้าหน้าที่อยู่ ทุกคนจึงเร่งดำเนินการกับคดีดิฉันโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เพราะจริงๆแล้วคดีต้องรอคำพิพากษาศาลปกครองที่ถึงที่สุดว่าดิฉันแพ้คดีก่อนจึงจะสามารถนำทรัพย์เหล่านั้นมาขายทอดตลาดได้ เป็นการถูกกระทำที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์ ซึ่งการนำเอาข้ออ้างของมาตรา 44 มาอยู่เหนือคำพิพากษาของศาลนอกจากไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครแล้ว ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผลกระทบของการใช้ มาตรา 44 ให้มีอำนาจเหนือรัฏฐาธิปัตย์ถือเป็นการทำลายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย

ที่มา https://www.komchadluek.net/news/politic/404821?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

Related links

ปชป.แจง ‘เฉลิมชัย’ จะลาออกวางมือการเมือง ไม่เป็นความจริง

ฆษก ปชป. แจงข่าว “เลขาฯพรรค” จะลาออกและวางมือทางการเมือง ไม่เป็นความจริง ชี้คนปล่อยข่าวไม่หวังดี ด้าน “เฉลิมชัย” ประกาศยังไม่คิดถอดใจ พร้อมเดินหน้าทำพรรคให้แข็งแกร่ง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวกรณีกระแสข่าวนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ฯจะลาออกและวางมือทางการเมืองเพราะมีความเครียดปัญหาภายในพรรคและมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ว่า ข่าวดังกล่าวนั้นเป็นความเท็จทั้งสิ้น นายเฉลิมชัย ไม่เคยกล่าวว่าจะวางมือทางการเมือง ยังมีความตั้งใจในการทำงานให้กับประชาชนและประเทศชาติ เดินหน้าทำงานเพื่อนำพาพรรคก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มร้อย ไม่เคยคิดถอดใจใดๆทั้งสิ้น นายเฉลิมชัยย้ำว่า พรรคคือบ้านของตนที่ตนพร้อมจะก้าวเดินไปกับทุกคนในพรรคด้วยความเป็นหนึ่งเดียวซึ่งเป็นจุดแข็งของพรรคที่จะนำพาพรรคเดินต่อไปข้างหน้าต่อไปด้วยความสง่างาม

ส่วนเรื่องเสียงในภาผู้แทนราษฎรและการทำงานของรัฐบาล นายเฉลิมชัย ย้ำว่า พูดคุยกันเรียบร้อยเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องสุขภาพนั้น นายเฉลิมชัยขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ พร้อมย้ำด้วยว่า สุขภาพร่างการแข็งแรงดีมาก ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนคนที่ปล่อยข่าว เชื่อว่า ไม่หวังดีอาศัยช่วงที่มีกระแสข่าวเรื่องเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเลยอาศัยช่วงเวลานี้ออกมาปล่อยข่าวเพื่อให้นายเฉลิมชัยเกิดความเสียหายในทางการเมือง

ขณะที่การประชุม ส.ส.ของพรรคในวันนี้ นายเฉลิมชัย ในฐานะเลขาธิการพรรคฯ เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งน่ยเฉลิมชัยมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และเดินทีกทายพูดคุยกับส.ส.และสมาชิกพรรคตามปกติ

ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า นายเฉลิมชัย ได้และพูดถึงคนที่ออกมาโจมตีตนเองด้วยการปล่อยข่าวการลาออกของตนเองในที่ประชุม ส.ส.

และนายเฉลิมชัย ได้ประกาศกลางที่ประชุม ด้วยว่า ยังไม่คิดถอดใจทางการเมือง และพร้อมเดินหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้พรรคกลับมาแข็งแกร่งเช่นเดิม

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/857721?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politics

Related links

“ปิยบุตร” เตรียมอภิปรายสรุปญัตติตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบคำสั่ง ม.44

“ปิยบุตร”ชี้การศึกษาผลกระทบคำสั่งม.44ไม่ใช่เรื่องฝ่ายค้านหรือรัฐบาลแต่เป็นสิ่งที่ ส.ส.ต้องช่วยกัน ลั่นอย่าปล่อยให้เกิดวัฒนธรรมความไม่รับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 62 ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วงสัปดาห์นี้ โดยระบุว่า น่าจะมีการลงมติตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบ เกี่ยวกับการใช้อำนาจของ คสช. การออกคำสั่งของและการใช้มาตรา 44 ของ คสช. โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายสรุปอีกครั้ง ในฐานะผู้เสนอญัตติ

ทั้งนี้ เพิ่งทราบข่าวว่าวิปรัฐบาลยืนยันว่า ไม่เห็นด้วยให้มีการตั้ง กมธ. ซึ่งตนเห็นว่า เรื่องการศึกษาผลกระทบจากบรรดาคำสั่ง คสช. นี้ อยากให้มองข้ามเรื่องพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน ให้มองว่าเป็นภารกิจร่วมกันของ ส.ส. เพราะในห้วงยามที่คณะรัฐประหารปกครองประเทศ ออกคำสั่งเป็นกฎหมายได้หมด ตอนนี้มีการเลือกตั้ง มี ส.ส.แล้ว จำเป็นต้องเอาบรรดาการใช้อำนาจเหล่านั้นมาทบทวน

ที่มา https://www.posttoday.com/politic/news/607494

Related links

สิระ จี้ เสรีพิศุทธ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีแต่งตั้งที่ปรึกษาไว้ล่วงหน้า ก่อนมีมติที่ประชุมกมธ.

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ได้มีหนังสือแต่งตั้งให้นายวัฒนา เป็นที่ปรึกษาฯ ซึ่งเนื้อหาในหนังสือดังกล่าว มีการระบุมติที่ประชุมกรรมาธิการฯ ลงวันที่ 20 พ.ย.62 และอ้างประกาศ ณ วันที่ 20 พ.ย.62 ลงชื่อโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดยตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดประกาศแต่งตั้งดังกล่าว จึงออกมาล่วงหน้าก่อนที่จะมีการประชุมในวันที่ 20 พ.ย.62 ซึ่งเป็นการลงนามในคำสั่งล่วงหน้าเป็นเวลา 2 วัน ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องสอบถามไปยัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถึงข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3069077

Related links

นายก ถึงสตช. นั่งประธานประชุม ก.ตร.

“ประยุทธ์” ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั่งประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ พิจารณาวาระขอความเห็นชอบกำหนดตำแหน่งพิเศษ

เมื่อเวลา 13.400 น. วันที่ 14 พ.ย.62 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางมาถึงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว โดยจะประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 10/2562 และการประชุม ก.ต.ช. ครั้งที่ 2/2562 เพื่อพิจารณาวาระขอความเห็นชอบกำหนดตำแหน่ง ผบช.สง.ผบ.ตร. นายตำรวจประสานงานรัฐสภา, รองผบช.ศ และ รองผบช.ทท.

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/854592?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Related links

เด็กอนาคตใหม่ชี้ความเห็น “ส.ว.” บางคนยิ่งตอกย้ำต้องแก้รธน.

“พล.ต.ต.สุพิศาล” ระบุการแสดงความเห็น ส.ว.บางคน ยิ่งตอกย้ำว่าจำเป็นต้องแก้ “รัฐธรรมนูญ” เพื่อลิดรอนอำนาจองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และเพิ่มอำนาจให้ “ประชาชน”

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 62 พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กกรณีการออกมาแสดงความเห็นของสมาชิกวุฒิสภาในประเด็นเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ โดยใช้หัวข้อว่า “ลิดรอนอำนาจองค์กรที่ไม่ได้มาจากอำนาจประชาชน แล้วเพิ่มอำนาจประชาชน”

พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุว่า จากข่าวที่ได้อ่านนี้ ยิ่งเป็นเหตุผลตอกย้ำว่า ทำไมจึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ตลอดจนฝ่ายค้านอิสระ ต้องร่วมมือกันผลักดันให้เกิดขึ้น เราเป็นผู้แทนราษฎร ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามีที่มาจากประชาชน และรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ก็เป็นของประชาชน หากแต่ธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งร่างขึ้นมาเพื่อต้องการสืบทอดอำนาจของ คสช. กลับให้อำนาจขององค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มากกว่าองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ที่มา https://www.posttoday.com/politic/news/605554

Related links