เพื่อไทย ยันไม่ส่งคนชิงประธาน กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ เล็งตั้ง ส.ส.ร.รื้อทั้งฉบับ

นายโภคิน พลกุล คณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย หนึ่งในกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กมธ.จะมีการประชุมนัดแรกในวันพรุ่งนี้ (24 ธ.ค.) สำหรับตำแหน่งประธาน กมธ.นั้น ยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้อยากจะเป็นประธานฯ ถ้าบุคคลใดมีความตั้งใจ และมีความเหมาะสม ก็พร้อมที่จะสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ต้องหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 7 พรรคในกรณีการเสนอชื่อบุคคลนั่งตำแหน่งประธาน กมธ. ด้วย

“วันนี้อาศัยเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ ฝ่ายค้านอยากแก้แค่ไหนแต่ถ้ารัฐบาลไม่เอาด้วยก็แก้ไม่ได้ ถึงแม้รัฐบาลจะมีเสียงท่วมท้นก็ไม่สามารถแก้ไขได้ถ้าฝ่ายค้านไม่เอาด้วย ดังนั้นเราควรปลดล็อกตรงนี้” นายโภคิน กล่าว
นายโภคิน กล่าวว่า ประเด็นต่อมาคือควรยกเลิกการนิรโทษกรรมจากการรัฐประหาร และระบบการเลือกตั้งที่แปลกประหลาด ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถคุยกันได้ รัฐธรรมนูญควรเป็นฉบับประชาชนเพื่อประชาชน ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนร่าง และประชาชนเห็นชอบเลย ดังนั้นจึงควรคืนอำนาจให้ประชาชนตั้ง ส.ส.ร.เข้ามาช่วยกันยกร่าง มาถกเถียงกัน

“ส.ส.ร.ที่ตั้งเข้ามาก็ยังไม่รู้เลยว่าจะร่างรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไร แต่เราจะคงหมวด 1 และหมวด 2 ไว้ เราคาดหวังว่าระยะเวลา 4 เดือนนี้ เราน่าจะจบในประเด็นที่ทำให้รัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขโดยวิธีปกติ” นายโภคิน กล่าว

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3079861

Related links

ยิ่งลักษณ์โผล่โพสต์เฟซบุ๊กถึงนายก ชีวิตต้องสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน

หลายคนคงคิดว่าช่วงนี้ดิฉันทำไมเงียบหายไป ยังมีความสุขดีอยู่มั้ย บางครั้งการพยายามไม่คิดมาก ทำใจให้สงบ มีความสุขก็ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป แต่ความสุขเหล่านั้นก็อยู่บนความสุขที่หน้าชื่นอกตรม เพราะนอกจากตัวเองจะต้องพลัดพรากจากลูก จากครอบครัวและจากพี่น้องประชาชนมาอยู่ต่างแดนแล้วยังต้องสูญเสียบ้าน ทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร รวมถึงทรัพย์สมบัติส่วนตัวที่ตนเองหามาตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจนมาเป็นนายกรัฐมนตรี และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ตอบแทนดิฉัน

ดิฉันสูญเสียบ้านที่ถูกยึดและขณะนี้ทรัพย์สินของดิฉันก็กำลังถูกกรมบังคับคดีประมูลชิ้นต่อชิ้น ดิฉันใช้ข้อต่อสู้ทางกฎหมายทุกรูปแบบแล้วแต่ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งได้ เพราะนายกรัฐมนตรีชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา
ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยึดอำนาจ และจนถึงปัจจุบันมาตรา 44 ก็ยังคุ้มครองเจ้าหน้าที่อยู่ ทุกคนจึงเร่งดำเนินการกับคดีดิฉันโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย เพราะจริงๆแล้วคดีต้องรอคำพิพากษาศาลปกครองที่ถึงที่สุดว่าดิฉันแพ้คดีก่อนจึงจะสามารถนำทรัพย์เหล่านั้นมาขายทอดตลาดได้ เป็นการถูกกระทำที่ไม่เหมือนใครในประวัติศาสตร์ ซึ่งการนำเอาข้ออ้างของมาตรา 44 มาอยู่เหนือคำพิพากษาของศาลนอกจากไม่ควรจะเกิดขึ้นกับใครแล้ว ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผลกระทบของการใช้ มาตรา 44 ให้มีอำนาจเหนือรัฏฐาธิปัตย์ถือเป็นการทำลายสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย

ที่มา https://www.komchadluek.net/news/politic/404821?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

Related links

ปชป.แจง ‘เฉลิมชัย’ จะลาออกวางมือการเมือง ไม่เป็นความจริง

ฆษก ปชป. แจงข่าว “เลขาฯพรรค” จะลาออกและวางมือทางการเมือง ไม่เป็นความจริง ชี้คนปล่อยข่าวไม่หวังดี ด้าน “เฉลิมชัย” ประกาศยังไม่คิดถอดใจ พร้อมเดินหน้าทำพรรคให้แข็งแกร่ง

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวกรณีกระแสข่าวนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ฯจะลาออกและวางมือทางการเมืองเพราะมีความเครียดปัญหาภายในพรรคและมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ว่า ข่าวดังกล่าวนั้นเป็นความเท็จทั้งสิ้น นายเฉลิมชัย ไม่เคยกล่าวว่าจะวางมือทางการเมือง ยังมีความตั้งใจในการทำงานให้กับประชาชนและประเทศชาติ เดินหน้าทำงานเพื่อนำพาพรรคก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มร้อย ไม่เคยคิดถอดใจใดๆทั้งสิ้น นายเฉลิมชัยย้ำว่า พรรคคือบ้านของตนที่ตนพร้อมจะก้าวเดินไปกับทุกคนในพรรคด้วยความเป็นหนึ่งเดียวซึ่งเป็นจุดแข็งของพรรคที่จะนำพาพรรคเดินต่อไปข้างหน้าต่อไปด้วยความสง่างาม

ส่วนเรื่องเสียงในภาผู้แทนราษฎรและการทำงานของรัฐบาล นายเฉลิมชัย ย้ำว่า พูดคุยกันเรียบร้อยเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องสุขภาพนั้น นายเฉลิมชัยขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ พร้อมย้ำด้วยว่า สุขภาพร่างการแข็งแรงดีมาก ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนคนที่ปล่อยข่าว เชื่อว่า ไม่หวังดีอาศัยช่วงที่มีกระแสข่าวเรื่องเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเลยอาศัยช่วงเวลานี้ออกมาปล่อยข่าวเพื่อให้นายเฉลิมชัยเกิดความเสียหายในทางการเมือง

ขณะที่การประชุม ส.ส.ของพรรคในวันนี้ นายเฉลิมชัย ในฐานะเลขาธิการพรรคฯ เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งน่ยเฉลิมชัยมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และเดินทีกทายพูดคุยกับส.ส.และสมาชิกพรรคตามปกติ

ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า นายเฉลิมชัย ได้และพูดถึงคนที่ออกมาโจมตีตนเองด้วยการปล่อยข่าวการลาออกของตนเองในที่ประชุม ส.ส.

และนายเฉลิมชัย ได้ประกาศกลางที่ประชุม ด้วยว่า ยังไม่คิดถอดใจทางการเมือง และพร้อมเดินหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้พรรคกลับมาแข็งแกร่งเช่นเดิม

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/857721?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politics

Related links