“ธนกร” ท้า “หญิงหน่อย” แน่จริงให้ลูกพรรคโหวต ไม่เห็นด้วย พ.ร.ก. 3 ฉบับ

“ธนกร” สวน “หญิงหน่อย” อย่าเล่นการเมืองบนความทุกข์ของประชาชน ยัน รัฐบาลแจง พ.ร.ก.3 ฉบับ ชัดเจน ย้ำ เพื่อช่วยประชาชนสู้โควิด-19 โปร่งใส ตรวจสอบได้ ท้าถ้าคิดว่า ไม่เห็นด้วยก็บอกลูกพรรคโหวตไม่เห็นชอบ คนจะได้จดจำชั่วลูกชั่วหลาน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่า รัฐบาล ชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ ไม่เคลียร์ และไม่เห็นหัวประชาชนว่า ด้วยความเคารพ คุณหญิงสุดารัตน์ ตนรู้สึกผิดหวังอย่างมาก เพราะที่ผ่านมา ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรที่เกิดประโยชน์กับประชาชน ก็ไม่เคยถูกใจคุณหญิงสุดารัตน์เลยแม้แต่เรื่องเดียว ขนาด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม หายใจยังผิดเลยในสายตาของคุณหญิงสุดารัตน์ วันนี้รัฐบาลชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงินได้ชัดเจน ไม่ได้ตีเช็คเปล่า เพราะมีแผนงาน มีกระบวนการตรวจสอบมากมาย ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส การออก พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ ก็เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากไวรัสโควิด-19 จึงไม่เข้าใจว่า รัฐบาลช่วยประชาชนนั้น มันผิดตรงไหน คุณหญิงสุดารัตน์ ไม่เห็นด้วยตรงไหน ที่สำคัญเงินที่เยียวยาประชาชน ก็จ่ายตรงประชาชนถึงมือแล้ว 15 ล้านคน ส่วนงบฟื้นฟู 4 แสนล้านบาท ก็ยังไม่ได้ใช้สักบาท

นายธนกร กล่าวอีกว่า ไม่อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์ เล่นเกมการเมืองชนิดไม่ลืมหูลืมตา จนละเลยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้ประชาชนเดือดร้อนจากสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นรัฐบาลมีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ และนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม จนประชาชนชื่นชมรัฐบาล ถ้าคุณหญิงสุดารัตน์ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.3 ฉบับ ก็บอกลูกพรรคโหวตไม่เห็นด้วยได้เลย ประชาชนทั่วประเทศจะได้จดจำคุณหญิงสุดารัตน์ ไปชั่วลูกชั่วหลาน วันนี้ต้องเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ใช่เวลามาเล่นการเมืองกัน ประชาชนเดือดร้อน ต้องร่วมแรงร่วมใจกันไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล และไม่ต้องห่วงเรื่องความโปร่งใส เพราะรัฐบาลนี้จะต้องไม่มีปัญหาการทุจริตเหมือนรัฐบาลในอดีตแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตนเพียงแต่ชี้แจงคุณหญิงสุดารัตน์ ด้วยความเคารพ ดังนั้น คงไม่ต้องให้ลูกรักอย่าง นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ออกมาตอบโต้ตนอีก

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1857048

Related links

วิเคราะห์การเมือง เลยจุด “ลอยตัว” ไปแล้ว

ตรวจชะตาของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีในทีม “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม

ฟันธงแบบไม่กั๊ก โหงวเฮ้งเดินอยู่ที่ “ปลายคาง” ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในรอบอายุ 75–76 ขวบปี มีความมั่นคงในดวงชะตา มีความเป็นผู้นำที่สามารถเข้ามาบริหารบ้านเมืองได้

มาแรงแซงโค้งจะยึดเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปูทางตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป

“อวยกันไส้แตก” ไม่กลัวหน้าแหก เสียยี่ห้อ “ซินแสเข่ง”

แต่นั่นก็สวนทางไปกันคนละทิศคนละตำรากับ “โหรท็อปบูต” นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าสำนักสุขิโต เชียงใหม่ เปิดนิมิตหลวงปู่เกวาลัน ส่งซิกถึงลูกศิษย์ทหารเสือ

ที่มา ไทยรัฐ

Related links

เพื่อไทยจี้รัฐบาลคลายล็อกเพิ่ม-ผ่อนปรนเคอร์ฟิว-ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเปิดทางชาวบ้านทำกิน

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยการปลดล็อกและผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ที่ไม่จำเป็นต่อการควบคุมโรคไวรัสโควิด-19 เพื่อให้ประชาชนกลับมาทำมาหากินได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

โดยมีข้อเสนอแนะดังนี้

1.รัฐต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้กับประชาชนมากเกินไปจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน ถึงวันนี้พิสูจน์แล้วว่าประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตัวเองและผู้อื่น หากรัฐสร้างเงื่อนไขเพื่อควบคุมประชาชนมากเกินไป ย่อมทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถประกอบอาชีพและดำรงชีวิตได้เหมือนเดิม ดังนั้นรัฐควรยกเลิกเงื่อนไขที่ไม่มีประโยชน์ต่อการควบคุมโรคออกไปทุกข้อ ยกตัวอย่างเช่น มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมในร้านอาหารที่กำหนดให้ทุกโต๊ะนั่งได้คนเดียว กรณีแบบนี้ควรอนุโลมได้ถ้าลูกค้ามาจากครอบครัวเดียวกัน เป็นต้น

2.รัฐควรผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่ไม่กระทบต่อการควบคุมโรคเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับไปทำงานได้เร็วที่สุด โดยต้องใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนการทำมาหากินของประชาชนอย่างเต็มที่ เช่น รัฐควรเพิ่มจำนวนเที่ยวรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ขนส่งสาธารณะ เรือโดยสาร เพื่อลดจำนวนความแออัดหนาแน่นของประชาชน และฉีดพ่นฆ่าเชื้อทุกเที่ยว เป็นตามมาตรการควบคุมโรค และควรมีมาตรการผ่อนปรนให้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สามารถเปิดใช้งานได้ ตามตึกในที่ทำงาน และห้างสรรพสินค้า ตามมาตรฐานสาธารสุข เช่น ฟู้ดคอร์ท เพื่อสนับสนุนกับการปลดล็อคดาวน์ให้ประชาชนกลับไปทำงานได้เหมือนเดิม

3.รัฐควรผ่อนปรนเรื่องกำหนดเวลาเคอร์ฟิว เมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง และคนไทยมีวินัยในการป้องกันตัวเองและผู้อื่นสูงขนาดนี้แล้ว การกำหนดเวลาเคอร์ฟิวที่ใช้อยู่ในขณะนี้จึงเกินความจำเป็นและกลายเป็นอุปสรรคกับการทำมาหากินของคนหลากหลายอาชีพ เช่น รถรับจ้าง ร้านอาหารรอบดึก สายการบิน รถทัวร์ ตลาดนัดกลางคืน ธุรกิจขายส่ง ธุรกิจส่งออกฯลฯ พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่ารัฐบาลควรผ่อนคลายเวลาเคอร์ฟิวให้สั้นลง หรือควรยกเลิกไปได้แล้ว

4.รัฐควรมีมาตรการควบคุมเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างเข้มงวด ไม่ให้ใช้อำนาจจากมาตรการของรัฐ ถือโอกาสฉกฉวยแสวงประโยชน์จากประชาชน เพราะขณะนี้ทุกคนเดือดร้อนโดยถ้วนหน้า วันนี้คนทำมาหากินลำบากมากขึ้น ต้นทุนสูง กำไรหด หากยังโดนเจ้าหน้าที่รัฐรีดไถด้วยการอ้างเหตุผลจากเงื่อนไขที่รัฐกำหนด ยิ่งเป็นการซ้ำเติมทุกข์ให้หนักมากขึ้น ดังนั้นผู้มีอำนาจต้องเข้มงวด อย่าปล่อยปละละเลยให้ลูกน้องมีพฤติกรรมเช่นนี้กับประชาชนอย่างเด็ดขาด

5.รัฐควรพิจารณายกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชในสถานการณ์ฉุกเฉิน และนำพระราชบัญญัติโรคติดต่อมาบังคับใช้แทน เพราะการบังคับใช้มาตรการสาธารณสุขที่ผ่านมาดำเนินการมาอย่างได้ผล และสถานการณ์แพร่ระบาดมีแนวโน้มดีขึ้นมาเป็นลำดับ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกต่อไป

เลขาธิการพรรคฯ กล่าวว่า ขณะนี้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาทที่รัฐบาลใช้อำนาจออกเป็นพระราชกำหนดถือว่าถูกบังคับใช้แล้ว ดังนั้นการใช้เงินดังกล่าวต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศและประชาชน การที่รัฐยังสร้างเงื่อนไขกับประชาชนเกินความจำเป็น ย่อมสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคให้กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย พรรคเพื่อไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะรับฟังข้อเสนอของพรรคและฟังเสียงของประชาชน และนำมาสู่การคลายล็อคและผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ตามสถานการณ์ที่แท้จริง ทั้งนี้เพื่อให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3122017

Related links