“ภูมิธรรม”จี้ต้องแก้รธน.ให้เป็นประชาธิปไตย-ตามเจตนารมณ์ปชช.ให้เร็วที่สุด

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษา หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุค ระบุว่า

แก้รัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตยตามเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุดและเร็วที่สุด

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ ปี 2560 เริ่มนับหนึ่งภายหลังจากมติที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภารับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ของพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน 2 ร่าง

มีความตื่นตัวของทุกภาคส่วนในสังคมไทยต่อการแก้ไข รธน. ฉบับนี้ เนื่องจากทุกคนล้วนรับรู้และได้รับผลกระทบจากการใช้ รธน. ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจจากการรัฐประหาร จนเกิดปัญหาขยายวงกว้าง และมีแนวโน้มจะไปสู่การเกิดวิกฤติครั้งใหญ่

ที่มา https://siamrath.co.th/n/199303

Related links

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ นัดสวมเสื้อเหลือง-ชมพู ที่วัดพระแก้ว 1 พ.ย. นี้

แฟนเพจ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ได้โพสต์ข้อความเชิญชวนประชาชนใส่เสื้อสีเหลืองและสีชมพู ในวันที่ 1 พ.ย. 63 ที่บริเวณวัดพระแก้ว เวลา 16.00 น. โดยระบุข้อความบางส่วนว่า

“กราบขอบคุณทุกๆ ท่าน ที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราชาวไทยทั้งประเทศ ผมไม่ได้สร้างความแตกแยกแต่อยากจะสร้างความรักที่มีต่อชาติ ศาสนา องค์พระมหากษัตริย์ ให้สืบต่อไปจนชั่วลูกชั่วหลาน ถึงเวลาแล้วครับที่พวกเราต้องแสดงให้เขาเห็นว่า ยังมีคนไทยอีกหลายสิบล้านคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกเขา

ผมขอพลังอันเป็นมหาพลังของทุกคนชาวไทย ที่ยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในหัวใจ ลุกขึ้นมาปกป้องและเป็นกำลังใจให้พระองค์ท่านด้วยนะครับ ผมจะไปทุกที่ทุกอำเภอทุกจังหวัดถ้ามีการรวมพลังออกมาปกป้องสถาบัน ช่วยกันนะครับ ถึงเวลาแล้วครับที่ต้องให้เขารู้ถึงพลังของพวกเราอย่ากลัวถ้าเราทำในสิ่งที่ถูก

กราบท่านนายอำเภอ กราบท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด จัดให้พี่น้องประชนด้วยนะครับ ถ้าท่านไม่เริ่มก็คงจะยากที่พี่น้องจะออกมาครับ แล้วผมจะออกไปเดินเคียงข้างทุกๆ ท่านครับ

วันที่ 1 พ.ย.2563 เวลา 16.00 น. เจอกันที่วัดพระแก้วนะครับ เสื้อเหลืองกับชมพู งามจับตาครับ วันนี้มีเพจปลอมบอกว่าผมนัดให้ออกมา อย่าไปเชื่อนะครับ หน้าแฟนเพจ ของผมต้อง 9,500,000 คน ถ้าหลักหมื่นอย่าไปอ่านอย่าไปสนใจครับ กราบขอบคุณทุกๆ ท่านครับผม”

ที่มา https://news.ch7.com/detail/445956

Related links

“อนุทิน” โพสต์เฟซฯ “วันนี้ใส่เสื้อเหลืองและเลือกข้างมานานแล้ว”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul ด้วยข้อความ “วันนี้ใส่เสื้อเหลืองและเลือกข้างมานานแล้ว”

14 ตุลาคม 2563 กลุ่มคณะราษฎร นัดชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เริ่มเวลา 14.00 น. โดยมีการประกาศจะเคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมไปปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ลาออกจากตำแหน่ง. 

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1951364

Related links

“ปิยบุตร” ชี้การจะมีรัฐธรรมนูญที่ทุกคนฝัน ต้องรื้อระบอบประยุทธ์

ปิยบุตร ชี้มี ส.ส.ร.ขึ้นมาแก้รัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่พอ ต้องรื้อระบอบประยุทธ์เพื่อให้เป็นรัฐธรรมนูญที่ทุกคนฝันถึง

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กล่าวถึงทิศทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ขณะนี้อยู่ในกระบวนการกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาแก้ไข รธน.ฯ ก่อนนำไปสู่การพิจารณารับหลักการ ว่ามีความเป็นไปได้ท้ายที่สุดสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อาจยอมลงมติผ่านวาระ 1 ในการให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมา

แต่การส่วนตัวมองว่า การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อจะให้มี ส.ส.ร.อย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะว่าจะเสร็จจนได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องใช้เวลานานและรัฐบาลอาจอยู่ครบเทอมเรียบร้อย ซึ่งเท่ากับว่าสังคมต้องอยู่กับ รัฐธรรมนูญระบอบประยุทธ์ ไปเรื่อยๆ

ที่มา https://www.posttoday.com/politic/news/634671

Related links

ผู้ชุมนุมฮือขวาง เจ้าหน้าที่ กทม. หวั่นถอนหมุดคณะราษฎร

ภายหลังจากกลุ่มผู้ชุมนุม ออกจากบริเวณท้องสนามหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ กทม. เข้าเคลียร์พื้นที่พร้อมไม่อนุญาตให้ประชาชนด้านนอกเข้าด้านในท้องสนามหลวง เพื่อเก็บวัตถุพยาน ความเสียหายต่างๆ

ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ กทม. ได้ขนแผ่นไม้ขนาดใหญ่เข้าไปบริเวณที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำหมุดคณะราษฎรจำลองไปตอกไว้ในช่วงเช้า ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจ เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะนำไม้ไปกั้นเพื่อรื้อหมุดออก จึงกรูกันเข้าไปล้อม เจ้าหน้าที่ เกรงจะเกิดเหตุบานปลาย จึงนำแผ่นป้ายกลับขึ้นรถบรรทุกขับออกไป โดยไม่มีการปะทะกันแต่อย่างใด

ที่มา https://news.ch7.com/detail/438555

Related links

ผ่านไปกี่ยุค การเมืองไทยไม่เปลี่ยน อยู่ในวังวนวงจรอุบาทว์ รัฐประหารซ้ำๆ

  • การเมืองไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน มีความเหมือนหรือแตกต่างอย่างไร? ท่ามกลางความขัดแย้งในบ้านเมืองมีมานานอย่างต่อเนื่องไม่จบสิ้น สลับกับการยึดอำนาจรัฐประหารที่ประเทศไทยเคยมีมาแล้ว 13 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2476 ฉุดรั้งประชาธิปไตยไม่ให้เดินหน้า กลายเป็นวิกฤติการเมืองไทยที่ยังคงล้มลุกคลุกคลานมาตลอด
  • เมื่อมายุคปัจจุบันในรัฐบาล “บิ๊กตู่” ภายหลังการรัฐประหารในปี 2557 นำไปสู่การเลือกตั้ง บ้านเมืองเริ่มมีปัญหามากขึ้นในหลายประเด็น กระทั่งเกิดแฟลชม็อบของนิสิต นักศึกษา ลามไปถึงระดับนักเรียนด้วยการแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว ในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล เรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ จนได้รับการสนองตอบ
  • ปัญหาการเมืองเกือบร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อกองทัพเรือเสนอโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ท่ามกลางการคัดค้านไม่เห็นด้วยของคนในสังคม ในห้วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ผู้คนเดือดร้อนตกงานขาดรายได้ ทำให้ต้องระงับการจัดซื้อเรือดำน้ำไปในที่สุด

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1923751

Related links

กมธ.งบฯ ส่อเลื่อนเคาะงบซื้อเรือดำน้ำเป็น 28 ส.ค.หลังพรรคร่วมรัฐบาลเห็นต่าง

รายงานข่าวจากรัฐสภา เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณางบประมาณที่คณะอนุ กมธ.ฯ มีการปรับลดงบส่วนเกินของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะของคณะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ ซึ่งก่อนหน้านี้มีมติไม่ตัดลดงบการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือจำนวน 2 ลำ มูลค่ารวม 22,500 ล้านบาท โดยตั้งแต่ช่วงเช้า กมธ.ฯ ในสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาลนัดหารือนอกรอบกันก่อน หลังพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นเงื่อนไขให้กองทัพเรือทบทวนงบประมาณดังกล่าว เนื่องจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ

โดยมีรายงานว่า รัฐบาลจะขอเลื่อนการพิจารณากรณีดังกล่าวเพื่อลงมติออกไปเป็นวันที่ 28 ส.ค.นี้ เนื่องจากกระแสในพรรคร่วมรัฐบาลยังแตกเป็น 2 ฝ่าย ซึ่งส่วนหนึ่งไม่ต้องการอนุมัติงบเรือดำน้ำ แต่นายกรัฐมนตรีชี้แจงถึงความจำเป็น ทำให้ กมธ.ฯ ในสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาลดังกล่าวเครียดและเป็นกังวลต่อเสียงสะท้อนจากประชาชน

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3154227

Related links

ส.ส.พรรคก้าวไกลขยับแก้รธน.หมวด 1-2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์

“ณัฐวุฒิ บัวประทุม” ส.ส.พรรคก้าวไกล เสนอแก้รธน.หมวด 1-2 แตะต้องได้ อ้างยังมี ม.255 กำกับไว้ไม่กระทบสถาบันและรูปแบบการปกครอง พร้อมเสนอปิดสวิทซ์ ส.ว.

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่พรรคก้าวไกลไม่ได้ร่วมลงชื่อเสนอญัตติด่วนขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการแยกเรื่องการยื่นญัตติกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในประเด็นหลักที่พรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณา คือ การปลดล็อค การแก้ไขรัฐธรรมนูญและให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณา โดยเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 พรรคก้าวไกล ในฐานะหนึ่งในพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมพิจารณาตรงนี้มาโดยตลอด และสนับสนุนร่างของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้านที่ได้ยื่นญัตติไปเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ในร่างฉบับดังกล่าวมีรายละเอียดบางประการที่พรรคก้าวไกลต้องขอสงวนไว้ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับสิ่งที่พรรคก้าวไกลพยายามจะผลักดันต่อไป 

นายนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในการแก้รัฐธรรมนูญจะต้องมีส.ส.ร่วมลงชื่อทั้งสิ้น 100 คน หรือ 1 ใน 5 ของจำนวนส.ส.ทั้งหมดในสภา ซึ่งสิ่งที้ไม่ได้มีความแตกต่างกันและพรรคก้าวไกลกำลังดำเนินการอยู่คือการปิดสวิทซ์ ส.ว.ที่จะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกมาตราหนึ่ง คือมาตรา 269-272 พรรคก้าวไกลจัดทำร่างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการส่งให้พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆพิจารณา คาดว่าสัปดาห์หน้าจะสามารถยื่นญัตติด่วนดังกล่าวขึ้นไปอีกฉบับหนึ่งได้ ถ้าดำเนินการเสร็จพรรคก้าวไกล จะยื่นเพิ่มเติมเข้าไปอีกฉบับหนึ่งต่างหาก รัฐธรรมนูญ2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่ปิดล็อคและเป็นวิกฤตในตัวมันเอง สถานการณ์ทางการเมืองที่ดำเนินมาถึงทุกวันนี้ไม่มีเหตุผลอื่นแล้วที่จะไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการตั้ง ส.ส.ร. บังเอิญว่าในร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทยมีการระบุไว้ว่าจะไม่มีการแก้ไขในหมวดที่ 1-2

“ด้วยเหตุจำเป็นและในสภาพปัจจุบันรัฐธรรมนูญในหมวดที่ 1 ซึ่งเป็นหมวดทั่วไป ไม่ใช่ไม่เคยมีการแก้ไขเลย แต่มีการแก้ไขหลายครั้งทั้งปี 2540 และปี 2550 ข้อถกเถียงหนึ่งที่เคยพูดคุยกันคือ เช่น อำนาจอธิปไตยเป็นของหรือมาจากประชาชนชาวไทย เราไม่อยากให้มีการปิดล็อคในหมวดดังกล่าวไว้ ส่วนหมวดที่ 2 เป็นหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ มีการตั้งคำถามว่า ถ้าหากมีการแก้ไข เกรงว่าส.ส.ร.จะนำข้อความแก้ไขเลยเถิดออกไป ตามกรอบที่เราไม่อาจกำหนดได้ ขอเรียนว่าในหมวดพระมหากษัตริย์ยังมีมาตรา 255 ที่ระบุไว้อยู่แล้วว่า รูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ ขณะเดียวกันจะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐได้ จริงๆสิ่งเหล่านี้ถูกล็อคไว้แล้วจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องไปเขียนเพิ่มเติม จะยกเว้นการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2”นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้พูดในสภาฯถึงความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนในสังคมไทย เราควรจะเปิดกว้างให้มีการพูดคุยเรื่องเหล่านี้อย่างมีวุฒิภาวะ ดังนั้นเมื่อมีส.ส.ร.ขึ้นแล้ว ทุกๆความเห็นจะถูกนำเสนอเป็นระบบ เพื่อให้ส.ส.ร.พิจารณา อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดเราไมได้เรียกร้องเฉพาะส.ส.ฝ่ายค้าน แต่เรียกร้องไปถึงส.ส.รัฐบาลได้ร่วมลงชื่อร่างแก้ไขกับเราด้วยเช่นกัน

ที่มา https://www.posttoday.com/politic/news/630977

Related links

ส.ส.ก้าวไกล เตรียมประกัน ทนายอานนท์ และนักกิจกรรมทางการเมืองหลังถูกจับ

วันที่ 7 ส.ค. 2563 ภายหลัง นายอานนท์ นำภา ทนายความและนักกิจกรรมทางการเมือง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวโดยมีหมายจับศาลอาญา ระบุเป็นผู้ต้องหาที่ 7 จากนั้น นายอานนท์ ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปยัง สน.บางเขน ทั้งนี้ นายอานนท์ เองก็โพสต์ภาพหมายจับผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมระบุข้อความว่า “ผมโดนจับแล้ว” ซึ่งในหมายจับระบุว่ากระทำผิดฐาน

1. ร่วมกันกระทําให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทําภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

2. ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย หรือกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิด การวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทําความผิด

3. ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมี ผู้เข้าร่วมเป็นจํานวนมากในลักษณะมั่วสุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทํากิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ใน สถานที่แออัด หรือกระทําการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค กระทําการหรือดําเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาด ออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ

4. ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อ ความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของหรือโดยกระทําด้วยประการอื่นใด

5. ร่วมกันวาง ตั้ง ยืน หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทําด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร

6. ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน

7. ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1905939

Related links

อย่าหลงเชื่อ! “สุดารัตน์”ปัดข่าว “ทักษิณ”ไฟเขียว ให้ลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวได้รับไฟเขียวจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทยว่า กระแสข่าวดังกล่าวอาจทำให้พรรคถูกยุบได้ เป็นกระแสข่าวที่อันตรายมาก จึงขออย่าไปหลงเชื่อกระแสข่าวที่ไม่กล้าเปิดเผยชื่อ ส่วนจะเป็นใครนั้น ยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นใคร แต่อยากเชิญชวนทุกคน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในซีกประชาธิปไตย ให้มาช่วยกัน

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้ปรึกษาหารือกับ หัวหน้าพรรคและผู้ใหญ่ในพรรคว่าการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯมีความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่สถานการณ์บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยในฐานะเป็นพรรคลำดับต้นๆที่ส่งเสริมการกระจายอำนาจ การปกครอง เพราะเชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองมีความเจริญและเป็นโอกาสที่คนตัวเล็กจะเข้าถึงทรัพยากร และสามารถลืมตาอ้าปากได้ จึงได้หารือว่า ตลอดหกปีที่ไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ทำให้ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการของประชาชนคนกรุงเทพฯไม่ได้รับการดูแล เช่นเดียวกับเรื่องสุขอนามัย จะเห็นได้ว่าปัญหาไข้เลือดออก ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มสูงขึ้น

นั่นเป็นเพราะไม่มีตัวแทนของประชาชนเข้าไปดูแล ซึ่งคนมาจากการแต่งตั้งไม่เข้าใจหัวอก ของประชาชน ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของคนกรุงก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก ขาดโอกาสที่คนเป็นตัวแทนประชาชน คนที่เข้าอกเข้าใจคนกรุงเทพฯได้เข้าไปทำหน้าที่ โดยเฉพาะเข้าใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับคนกรุงเทพฯได้อย่างไร

ที่มา https://www.posttoday.com/politic/news/629551

Related links