ผู้ชุมนุมฮือขวาง เจ้าหน้าที่ กทม. หวั่นถอนหมุดคณะราษฎร

ภายหลังจากกลุ่มผู้ชุมนุม ออกจากบริเวณท้องสนามหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ กทม. เข้าเคลียร์พื้นที่พร้อมไม่อนุญาตให้ประชาชนด้านนอกเข้าด้านในท้องสนามหลวง เพื่อเก็บวัตถุพยาน ความเสียหายต่างๆ

ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ กทม. ได้ขนแผ่นไม้ขนาดใหญ่เข้าไปบริเวณที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำหมุดคณะราษฎรจำลองไปตอกไว้ในช่วงเช้า ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจ เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะนำไม้ไปกั้นเพื่อรื้อหมุดออก จึงกรูกันเข้าไปล้อม เจ้าหน้าที่ เกรงจะเกิดเหตุบานปลาย จึงนำแผ่นป้ายกลับขึ้นรถบรรทุกขับออกไป โดยไม่มีการปะทะกันแต่อย่างใด

ที่มา https://news.ch7.com/detail/438555

Related links

ผ่านไปกี่ยุค การเมืองไทยไม่เปลี่ยน อยู่ในวังวนวงจรอุบาทว์ รัฐประหารซ้ำๆ

  • การเมืองไทยจากอดีตถึงปัจจุบัน มีความเหมือนหรือแตกต่างอย่างไร? ท่ามกลางความขัดแย้งในบ้านเมืองมีมานานอย่างต่อเนื่องไม่จบสิ้น สลับกับการยึดอำนาจรัฐประหารที่ประเทศไทยเคยมีมาแล้ว 13 ครั้ง นับตั้งแต่ปี 2476 ฉุดรั้งประชาธิปไตยไม่ให้เดินหน้า กลายเป็นวิกฤติการเมืองไทยที่ยังคงล้มลุกคลุกคลานมาตลอด
  • เมื่อมายุคปัจจุบันในรัฐบาล “บิ๊กตู่” ภายหลังการรัฐประหารในปี 2557 นำไปสู่การเลือกตั้ง บ้านเมืองเริ่มมีปัญหามากขึ้นในหลายประเด็น กระทั่งเกิดแฟลชม็อบของนิสิต นักศึกษา ลามไปถึงระดับนักเรียนด้วยการแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว ในการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล เรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ จนได้รับการสนองตอบ
  • ปัญหาการเมืองเกือบร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อกองทัพเรือเสนอโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ท่ามกลางการคัดค้านไม่เห็นด้วยของคนในสังคม ในห้วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง ผู้คนเดือดร้อนตกงานขาดรายได้ ทำให้ต้องระงับการจัดซื้อเรือดำน้ำไปในที่สุด

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1923751

Related links

กมธ.งบฯ ส่อเลื่อนเคาะงบซื้อเรือดำน้ำเป็น 28 ส.ค.หลังพรรคร่วมรัฐบาลเห็นต่าง

รายงานข่าวจากรัฐสภา เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณางบประมาณที่คณะอนุ กมธ.ฯ มีการปรับลดงบส่วนเกินของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะของคณะอนุ กมธ.ครุภัณฑ์ฯ ซึ่งก่อนหน้านี้มีมติไม่ตัดลดงบการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือจำนวน 2 ลำ มูลค่ารวม 22,500 ล้านบาท โดยตั้งแต่ช่วงเช้า กมธ.ฯ ในสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาลนัดหารือนอกรอบกันก่อน หลังพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นเงื่อนไขให้กองทัพเรือทบทวนงบประมาณดังกล่าว เนื่องจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ

โดยมีรายงานว่า รัฐบาลจะขอเลื่อนการพิจารณากรณีดังกล่าวเพื่อลงมติออกไปเป็นวันที่ 28 ส.ค.นี้ เนื่องจากกระแสในพรรคร่วมรัฐบาลยังแตกเป็น 2 ฝ่าย ซึ่งส่วนหนึ่งไม่ต้องการอนุมัติงบเรือดำน้ำ แต่นายกรัฐมนตรีชี้แจงถึงความจำเป็น ทำให้ กมธ.ฯ ในสัดส่วนพรรคร่วมรัฐบาลดังกล่าวเครียดและเป็นกังวลต่อเสียงสะท้อนจากประชาชน

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3154227

Related links

ส.ส.พรรคก้าวไกลขยับแก้รธน.หมวด 1-2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์

“ณัฐวุฒิ บัวประทุม” ส.ส.พรรคก้าวไกล เสนอแก้รธน.หมวด 1-2 แตะต้องได้ อ้างยังมี ม.255 กำกับไว้ไม่กระทบสถาบันและรูปแบบการปกครอง พร้อมเสนอปิดสวิทซ์ ส.ว.

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเข้าชื่อยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่พรรคก้าวไกลไม่ได้ร่วมลงชื่อเสนอญัตติด่วนขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2560 ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการแยกเรื่องการยื่นญัตติกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในประเด็นหลักที่พรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณา คือ การปลดล็อค การแก้ไขรัฐธรรมนูญและให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาพิจารณา โดยเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 พรรคก้าวไกล ในฐานะหนึ่งในพรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมพิจารณาตรงนี้มาโดยตลอด และสนับสนุนร่างของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้านที่ได้ยื่นญัตติไปเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ในร่างฉบับดังกล่าวมีรายละเอียดบางประการที่พรรคก้าวไกลต้องขอสงวนไว้ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับสิ่งที่พรรคก้าวไกลพยายามจะผลักดันต่อไป 

นายนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในการแก้รัฐธรรมนูญจะต้องมีส.ส.ร่วมลงชื่อทั้งสิ้น 100 คน หรือ 1 ใน 5 ของจำนวนส.ส.ทั้งหมดในสภา ซึ่งสิ่งที้ไม่ได้มีความแตกต่างกันและพรรคก้าวไกลกำลังดำเนินการอยู่คือการปิดสวิทซ์ ส.ว.ที่จะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกมาตราหนึ่ง คือมาตรา 269-272 พรรคก้าวไกลจัดทำร่างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการส่งให้พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆพิจารณา คาดว่าสัปดาห์หน้าจะสามารถยื่นญัตติด่วนดังกล่าวขึ้นไปอีกฉบับหนึ่งได้ ถ้าดำเนินการเสร็จพรรคก้าวไกล จะยื่นเพิ่มเติมเข้าไปอีกฉบับหนึ่งต่างหาก รัฐธรรมนูญ2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่ปิดล็อคและเป็นวิกฤตในตัวมันเอง สถานการณ์ทางการเมืองที่ดำเนินมาถึงทุกวันนี้ไม่มีเหตุผลอื่นแล้วที่จะไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการตั้ง ส.ส.ร. บังเอิญว่าในร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทยมีการระบุไว้ว่าจะไม่มีการแก้ไขในหมวดที่ 1-2

“ด้วยเหตุจำเป็นและในสภาพปัจจุบันรัฐธรรมนูญในหมวดที่ 1 ซึ่งเป็นหมวดทั่วไป ไม่ใช่ไม่เคยมีการแก้ไขเลย แต่มีการแก้ไขหลายครั้งทั้งปี 2540 และปี 2550 ข้อถกเถียงหนึ่งที่เคยพูดคุยกันคือ เช่น อำนาจอธิปไตยเป็นของหรือมาจากประชาชนชาวไทย เราไม่อยากให้มีการปิดล็อคในหมวดดังกล่าวไว้ ส่วนหมวดที่ 2 เป็นหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ มีการตั้งคำถามว่า ถ้าหากมีการแก้ไข เกรงว่าส.ส.ร.จะนำข้อความแก้ไขเลยเถิดออกไป ตามกรอบที่เราไม่อาจกำหนดได้ ขอเรียนว่าในหมวดพระมหากษัตริย์ยังมีมาตรา 255 ที่ระบุไว้อยู่แล้วว่า รูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ ขณะเดียวกันจะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐได้ จริงๆสิ่งเหล่านี้ถูกล็อคไว้แล้วจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องไปเขียนเพิ่มเติม จะยกเว้นการแก้ไขเพิ่มเติมในหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2”นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้พูดในสภาฯถึงความจริงอันน่ากระอักกระอ่วนในสังคมไทย เราควรจะเปิดกว้างให้มีการพูดคุยเรื่องเหล่านี้อย่างมีวุฒิภาวะ ดังนั้นเมื่อมีส.ส.ร.ขึ้นแล้ว ทุกๆความเห็นจะถูกนำเสนอเป็นระบบ เพื่อให้ส.ส.ร.พิจารณา อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดเราไมได้เรียกร้องเฉพาะส.ส.ฝ่ายค้าน แต่เรียกร้องไปถึงส.ส.รัฐบาลได้ร่วมลงชื่อร่างแก้ไขกับเราด้วยเช่นกัน

ที่มา https://www.posttoday.com/politic/news/630977

Related links

ส.ส.ก้าวไกล เตรียมประกัน ทนายอานนท์ และนักกิจกรรมทางการเมืองหลังถูกจับ

วันที่ 7 ส.ค. 2563 ภายหลัง นายอานนท์ นำภา ทนายความและนักกิจกรรมทางการเมือง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวโดยมีหมายจับศาลอาญา ระบุเป็นผู้ต้องหาที่ 7 จากนั้น นายอานนท์ ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปยัง สน.บางเขน ทั้งนี้ นายอานนท์ เองก็โพสต์ภาพหมายจับผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมระบุข้อความว่า “ผมโดนจับแล้ว” ซึ่งในหมายจับระบุว่ากระทำผิดฐาน

1. ร่วมกันกระทําให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทําภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

2. ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กําลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้าย หรือกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิด การวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทําความผิด

3. ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมี ผู้เข้าร่วมเป็นจํานวนมากในลักษณะมั่วสุมกันหรือมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันง่าย ชุมนุมทํากิจกรรมหรือมั่วสุมกัน ณ ที่ใดๆ ใน สถานที่แออัด หรือกระทําการดังกล่าวอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค กระทําการหรือดําเนินการใดๆ ซึ่งอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาด ออกไป ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ

4. ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อ ความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของหรือโดยกระทําด้วยประการอื่นใด

5. ร่วมกันวาง ตั้ง ยืน หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทําด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร

6. ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน

7. ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1905939

Related links

อย่าหลงเชื่อ! “สุดารัตน์”ปัดข่าว “ทักษิณ”ไฟเขียว ให้ลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวได้รับไฟเขียวจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทยว่า กระแสข่าวดังกล่าวอาจทำให้พรรคถูกยุบได้ เป็นกระแสข่าวที่อันตรายมาก จึงขออย่าไปหลงเชื่อกระแสข่าวที่ไม่กล้าเปิดเผยชื่อ ส่วนจะเป็นใครนั้น ยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นใคร แต่อยากเชิญชวนทุกคน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในซีกประชาธิปไตย ให้มาช่วยกัน

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้ปรึกษาหารือกับ หัวหน้าพรรคและผู้ใหญ่ในพรรคว่าการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯมีความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่สถานการณ์บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยในฐานะเป็นพรรคลำดับต้นๆที่ส่งเสริมการกระจายอำนาจ การปกครอง เพราะเชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองมีความเจริญและเป็นโอกาสที่คนตัวเล็กจะเข้าถึงทรัพยากร และสามารถลืมตาอ้าปากได้ จึงได้หารือว่า ตลอดหกปีที่ไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ทำให้ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการของประชาชนคนกรุงเทพฯไม่ได้รับการดูแล เช่นเดียวกับเรื่องสุขอนามัย จะเห็นได้ว่าปัญหาไข้เลือดออก ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มสูงขึ้น

นั่นเป็นเพราะไม่มีตัวแทนของประชาชนเข้าไปดูแล ซึ่งคนมาจากการแต่งตั้งไม่เข้าใจหัวอก ของประชาชน ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของคนกรุงก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก ขาดโอกาสที่คนเป็นตัวแทนประชาชน คนที่เข้าอกเข้าใจคนกรุงเทพฯได้เข้าไปทำหน้าที่ โดยเฉพาะเข้าใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับคนกรุงเทพฯได้อย่างไร

ที่มา https://www.posttoday.com/politic/news/629551

Related links

มติพรรคพลังประชารัฐขอ 5 รัฐมนตรี ดัน “ป้อม” มท.1-ล็อกสุริยะพลังงาน

“บิ๊กตู่” ปิดจ๊อบบอกจัดโผ ครม.ประยุทธ์ 2/2 เสร็จแล้ว แจ้งกลางวง ครม.กลางเดือน ส.ค.เรียบร้อยทั้งหมด อุบไต๋รอดู “สุริยะ” เฮหรือแห้วคุมพลังงาน “โฆษกบิ๊กอาย” ได้เป็น รมต.หรือไม่ นายกฯเป็นคนตัดสิน มติ ส.ส.พปชร.ชง 5 ชื่อ รมต. ล็อกเป้า “สุริยะ” จอง ก.พลังงาน “อนุชา” ไป รมว.อุตฯ “สุชาติ” เล็งแรงงาน “นฤมล” เสียบ รมต.ประจำสำนักฯ อ้างไม่ต้องการกดดันนายกฯ แต่เชิงสูง เสนอ “ประวิตร” ไปนั่ง มท.1หวังเดินงานการเมืองให้ราบรื่น “ลุงป้อม” ปัดไม่รับตำแหน่ง บอกเดินยังแทบไม่ไหว “สุเทพ” เสียงแข็งไม่คายจับกัง 1 ยึดคำมั่น “นายกฯตู่” ผวารอยร้าวพรรคร่วมฯ นายกฯสั่งเคลียร์ พปชร.งัดข้อ ภท.-ปชป. “อนุทิน” ฮึ่มจะทุบโต๊ะกินรวบ 7 ประธานอนุ กมธ.งบฯไม่ได้ ม็อบปลดแอกแตกตัวพรึ่บ สนท.นัดคิวชุมนุมไล่รบ.ทั่วประเทศ “บิ๊กตู่” เตือน นศ.ละเมิดก้าวล่วงประชาชนคงไม่ยอม

การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประยุทธ์ 2/2 แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะออกมาระบุรายชื่อปรับ ครม.เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะเรียบร้อยทั้งหมดกลางเดือน ส.ค. แต่เก้าอี้ รมว.พลังงานยังคงเป็นจุดอ่อนไหว ล่าสุดมติพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะส่งรายชื่อบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีให้นายกฯพิจารณา 5 ชื่อ โดยมีการเสนอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคไปเป็น รมว.มหาดไทยด้วย

ถก ครม.นัดแรกหลัง 6 รมต.ไขก๊อก

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจาก 6 รัฐมนตรีลาออก โดยก่อนการประชุมนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นำคณะผู้บริหารพบนายกฯประชาสัมพันธ์การจัดงาน “ศิลปาชีพทอใจ วิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี” ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT นำงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรมไทยชั้นครู-ทายาท มาจัดแสดง ระหว่างวันที่ 1-5 ส.ค. ที่เมืองทองธานี เชิญชวนคนไทยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ประกอบการหัตถศิลป์ช่วงโควิด-19 นายกฯได้ชมการแสดงโขนและกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ก่อนที่จะรบกันแม้ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือแล้ว แต่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยด้วยจึงจะปลอดภัย แล้วหันไปขอหน้ากากอนามัยให้นักแสดงทั้งหมด นำมาสวมทับหัวโขนทศกัณฑ์ แล้วหัวเราะชอบใจ

“บิ๊กป้อม” โยนถาม “ตู่” โควตาเจ้าปัญหา

เมื่อเวลา 08.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงบรรยากาศการประชุม ครม.ที่จะดูโล่งๆ หลังรัฐมนตรีหลายคนลาออกว่า ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เมื่อถามว่าสรุปโควตากระทรวงพลังงาน ยังเป็นของนายกฯอยู่ไหม เพราะพรรคพลังประชารัฐยืนยันว่าเป็นโควตาพรรค พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไปถามนายกฯเป็นเรื่องของนายกฯ

“บิ๊กตู่” ปิดจ๊อบบอกโผ ครม.เสร็จแล้ว

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม. ถึงการปรับ ครม. หลัง 6 รัฐมนตรีลาออกว่า จะเร่งปรับ ครม.ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เมื่อมีคนตอบรับต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติ จากนั้นนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯและถวายสัตย์ปฏิญาณ ดังนั้นขอให้สบายใจได้ว่าจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามอีกว่าแสดงว่าขณะนี้รายชื่อ ครม.ใหม่เรียบร้อยแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็คงงั้น เรื่องคนคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วมั้ง ตอนนี้ผู้ที่เข้ามาต้องตรวจสอบคุณสมบัติ รับรองตัวเอง เร่งเคลียร์” เมื่อ ถามย้ำว่ารายชื่อทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยอมรับว่า ก็คงเป็นไปตามนั้น

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1894683

Related links

เคาะเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 สมุทรปราการ 9 ส.ค.นี้

กกต. กำหนดวันเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 5 จ.สมุทรปราการ วันที่ 9 ส.ค. พร้อมเปิดเริ่มรับสมัครเลือกตั้ง 16-20 ก.ค.นี้

วันนี้ (10 ก.ค.2563) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่เอกสารตามพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ แทนตำแหน่งที่ว่างลง กรณีศาลสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ จากกรณีที่คนใกล้ชิดนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก อดีต ส.ส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ ใส่ซองร่วมทำบุญ 

ล่าสุด กกต. ได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดวันเลือกตั้งและวันรับสมัครเลือกตั้ง ดังนี้

กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ ในวันอาทิตย์ที่ 9 ส.ค.2563 เวลา 8.00 – 17.00 น. 

สำหรับวันรับสมัครรับเลือกตั้ง คือ วันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค.2563 – วันจันทร์ที่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 08.30 – 16.30 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 กำหนด

ทั้งนี้การดำเนินการของ กกต. เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาที่กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 จ.สมุทรปราการ แทนตำแหน่ง ส.ส. ที่ว่างลง ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 105 ประกอบมาตรา 106 ที่กำหนดให้ กกต.ต้องจัดการลือกตั้งซ่อม ภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ตำแหน่ง ส.ส.ว่างลง

ที่มา https://news.thaipbs.or.th/content/294458

Related links

“ประวิตร”เผยเตรียมตั้ง 9 รองห้วหน้า ปัดตั้ง”นฤมล”คุมทีมเศรษฐกิจพรรค แจงแค่ทีมร่างนโยบาย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ได้จัดเตรียมรายชื่อรองหัวหน้าพรรคจำนวน 9 คนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยยอมรับว่าทั้ง 9 คนมาจากทุกขั้วภายในพรรค แต่ปฏิเสธไม่ทราบว่ารายชื่อทั้ง 9 คนเป็นไปตามกระแสข่าวหรือไม่ พร้อมทั้งเตรียมแต่งตั้งโฆษกพรรคคนใหม่ด้วย

ส่วนกรณีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นหนึ่งในทีมร่างนโยบายให้กับพรรค

“ไม่ได้นำทีมเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องการเขียนนโยบาย ไม่ใช่ อ.แหม่ม เพราะเขาเป็นหนึ่งในทีมเขียนนโยบาย” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ส่วนกรณีมีข่าวกลุ่ม 4 กุมาร ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เตรียมลาออกจากพรรคนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้มาปรึกษากับตนเอง

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงเป้าหมายการทำงานว่า ตั้งใจจะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และทำให้เศรษฐกิจดี ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจต้องทำให้เศรษฐกิจฐานรากดีขึ้น และเป็นนโยบายที่ ส.ส.สามารถไปใกล้ชิดกับประชาชนได้ ซึ่งเป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3137716

Related links

“สุทิน” คาดลงมติร่าง พ.ร.บ.โอนงบวาระ 3 ได้วันนี้ เชื่อมี ส.ส.รัฐบาลอยากโหวตสวนมติ

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ วาระ 2 วาระ 3 ที่เข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าจะอภิปรายจบและสามารถลงมติวาระ 3 ได้ในวันนี้ โดยในส่วนของฝ่ายค้านได้เวลา 10 ชั่วโมง

ขณะที่การลงมติจะดูที่หน้างานที่การอภิปราย เพราะ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลหลายคนและกรรมาธิการหลายคนในฝ่ายรัฐบาลก็ไม่เห็นด้วย ทั้งเรื่องการตัดงบประมาณในบางกระทรวงที่ไม่ควรตัดก็ไปตัด เช่น งบของกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ บางกระทรวงควรตัดงบประมาณแต่ก็ไม่ตัด เช่น งบของกระทรวงกลาโหม ตลอดจนการตัดงบประมาณในหลายจังหวัด ซึ่ง ส.ส.บางพื้นที่คงต้องอภิปรายปกป้องงบพื้นที่ รวมไปถึงจะมีการอภิปรายงบประมาณสำหรับการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่ง ส.ส.มองว่าเป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอย ที่รัฐบาลอ้างว่าไม่มีงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น และไม่มีความพร้อม ทั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ระบุว่ามีความพร้อม ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ต้องเลื่อนการเลือกตั้งท้องถิ่นออกไป หรือการเลื่อนเลือกตั้งเป็นเพราะรัฐบาลรวมถึงพรรคร่วมไม่มีความพร้อม และรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่มีเรื่องการกระจายอำนาจไว้แม้แต่นิดเดียว จึงเป็นเครื่องชี้เจตนาว่า ภาพรวมในรัฐธรรมนูญคนมีอำนาจไม่อยากให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง และรัฐบาลอยากกระชับอำนาจไว้อย่างนี้

นายสุทิน กล่าวว่า อาจมีปัจจัยที่ทำให้ผิดความคาดหมาย เช่น พรรคร่วมรัฐบาลอาจมองว่าการตัดงบประมาณแต่ละพรรคไม่เป็นธรรม ส.ส.รัฐบาลเองก็มีผลกระทบในพื้นที่ที่โดนตัดงบพื้นที่ ก็อาจจะไม่เห็นด้วยในบางกรณีบางมาตรา เพราะฉะนั้นการลงมติวันนี้หากฝ่ายรัฐบาลไม่มีการจัดการที่เข้มแข็งเชื่อว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลอยากโหวตคว่ำสวนกับมติรัฐบาลอยู่หลายเรื่อง หากฟรีโหวตเชื่อว่าจะลงมติร่วมกับฝ่ายค้านแน่นอน

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3134192

Related links