อย่าหลงเชื่อ! “สุดารัตน์”ปัดข่าว “ทักษิณ”ไฟเขียว ให้ลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวได้รับไฟเขียวจาก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทยว่า กระแสข่าวดังกล่าวอาจทำให้พรรคถูกยุบได้ เป็นกระแสข่าวที่อันตรายมาก จึงขออย่าไปหลงเชื่อกระแสข่าวที่ไม่กล้าเปิดเผยชื่อ ส่วนจะเป็นใครนั้น ยังไม่ได้คิดว่าจะเป็นใคร แต่อยากเชิญชวนทุกคน โดยเฉพาะคนที่อยู่ในซีกประชาธิปไตย ให้มาช่วยกัน

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้ปรึกษาหารือกับ หัวหน้าพรรคและผู้ใหญ่ในพรรคว่าการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯมีความสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่สถานการณ์บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยในฐานะเป็นพรรคลำดับต้นๆที่ส่งเสริมการกระจายอำนาจ การปกครอง เพราะเชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองมีความเจริญและเป็นโอกาสที่คนตัวเล็กจะเข้าถึงทรัพยากร และสามารถลืมตาอ้าปากได้ จึงได้หารือว่า ตลอดหกปีที่ไม่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ทำให้ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการของประชาชนคนกรุงเทพฯไม่ได้รับการดูแล เช่นเดียวกับเรื่องสุขอนามัย จะเห็นได้ว่าปัญหาไข้เลือดออก ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าเพิ่มสูงขึ้น

นั่นเป็นเพราะไม่มีตัวแทนของประชาชนเข้าไปดูแล ซึ่งคนมาจากการแต่งตั้งไม่เข้าใจหัวอก ของประชาชน ขณะที่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของคนกรุงก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก ขาดโอกาสที่คนเป็นตัวแทนประชาชน คนที่เข้าอกเข้าใจคนกรุงเทพฯได้เข้าไปทำหน้าที่ โดยเฉพาะเข้าใจว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับคนกรุงเทพฯได้อย่างไร

ที่มา https://www.posttoday.com/politic/news/629551

Related links

‘8 กุมภาฯ’ ทำ ‘ทักษิณ’ พ่าย ในสงครามการเมือง

“รองศาสตราจารย์ สังศิต พิริยะรังสรรค์” ชี้ 8 กุมภาฯทำทักษิณพ่ายในสงครามการเมือง

โดยระบุว่า สถานการณ์ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบต่อการเมืองและการเลือกตั้งของไทยในขณะนี้ค่อนข้างสูงกล่าวคือ

  1.พรรคไทยรักษาชาติต้องยุติบทบาททางการเมือง ในแง่พฤตินัยอย่างน้อยที่สุดเป็นการชั่วคราว แต่มีความโน้มเอียงสูงว่าพรรคการเมืองพรรคนี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายด้วย ดังนั้นพรรคไทยรักษาชาติคงไม่สามารถรณรงค์หาเสียงต่อไปได้แล้ว ยุทธศาสตร์ของคุณทักษิณที่กำหนดไว้ให้ ทษช. เป็นพรรคที่เก็บคะแนนส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงไม่เป็นจริงอีกต่อไป

2.ผลกระทบของ ทษช. ส่งผลให้พรรคการเมืองของคุณทักษิณทำงานได้ลำบาก พรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อไทยและพรรคที่เหลือทั้งหมด ต่างต้องถอยหลังหรือประกาศยุติการหาเสียงในบางพื้นที่แล้ว การต้องเสียเวลากับการปรับกลยุทธ์ในการหาเสียงใหม่หมด เป็นตัวกำหนดให้เกิดกระแสนิยมของคุณทักษิณทั้งหมดตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว

3.พลังสำคัญที่ไปเร่งให้พรรคการเมืองของคุณทักษิณตกต่ำหนักลงไปอีก คือความหวาดระแวงและความกลัวของบรรดานายทุนที่สนับสนุนทางด้านการเงินให้แก่พรรคของคุณทักษิณ จะถอยห่างออกมา พรรคการเมืองที่ขาดน้ำเลี้ยงในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เหมือนกองทัพที่มีทหารแต่ไม่มีข้าวปลาอาหารจะบริโภค ขวัญของทหารจะตกต่ำและค่อยๆพากันหนีทัพอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

4.คะแนนนิยมส่วนตัวของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพรรคพลังประชารัฐจะตีกลับ คนจะตัดสินใจเลือกพลเอกประยุทธ์เพราะเห็นว่าการกระทำความผิดของคุณทักษิณในครั้งนี้โจ่งแจ้งและมิบังควรเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทำให้คนไทยทั้งประเทศตกอยู่ในความไม่แน่นอนของอนาคตอยู่ตลอดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พฤติกรรมของ ทษช. ในครั้งนี้ได้ทำให้ภูมิรัฐศาสตร์ของไทยเปลี่ยนแปลงไปหมด ฝ่ายรุกตกเป็นฝ่ายรับ และฝ่ายรับกลับมาเป็นฝ่ายรุก เพราะคนได้เห็นภาวะความเป็นผู้นำของพลเอกประยุทธ์ในการรับมือและการเผชิญหน้ากับการก่อตัวของวิกฤติการเมืองไทยครั้งใหม่อย่างสงบนิ่ง รวมทั้งยังมาจากกลยุทธ์ที่ผิดพลาดของคุณทักษิณที่ทำให้คนเห็นว่าคุณทักษิณทำได้ทุกอย่างเพียงแค่ได้อำนาจกลับคืนเท่านั้น

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

Related links