“ชวน” สั่งเร่งปรับปรุงห้องประชุมสภาภายใน 2 เดือนให้ทันการพิจารณางบปี 64 เข้าวาระแรก 4-5 มิ.ย.นี้

นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งให้ปรับปรุง และยกระดับที่นั่งประธานฯ และรองประธานฯ ในห้องประชุมสุริยันให้สูงขึ้นมา โดยกำชับให้เร่งดำเนินการให้เสร็จในระยะเวลา 2 เดือนที่เหลืออยู่ เนื่องจากได้รับการประสานจากคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลมาแล้วว่าเมื่อเปิดสมัยประชุมในสัปดาห์แรกวันที่ 27-28 พ.ค.จะมีกฎหมายสำคัญเข้ามาพิจารณา จากนั้นในวันที่ 4-5 มิ.ย.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ในวาระแรก

นอกจากนี้ ได้รับการประสานงานจาก บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) กรณีเกิดปัญหาจากการประกาศเคอร์ฟิวที่ส่งผลกระทบต่อเวลาการทำงานที่จะต้องเลิกเร็วขึ้น ซึ่งได้มีการพูดคุยถึงตัวเลขความเสียหายอย่างไม่เป็นทางการ โดยทางบริษัทฯ แจ้งว่าขอสงวนสิทธิที่จะฟ้องร้องต่อไป ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎรขอให้ทางที่ปรึกษาบริหารโครงการรวบรวมข้อมูลและผลกระทบจากการประกาศเคอร์ฟิวมารายงานให้ทราบด้วย

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3113594

Related links

“ชวน” คาดห้องประชุมใหญ่”พระสุริยัน”เสร็จทันเปิดสมัยประชุม พ.ค. มั่นใจไร้ปัญหาเสียบบัตรแทนกัน

รายงานข่าว แจ้งว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้นำคณะสื่อมวลชนและผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ และห้องประชุมใหญ่รัฐสภา โดยคาดว่าห้องประชุมใหญ่จะสามารถใช้งานได้ในการเปิดสมัยประชุมเดือนพฤษภาคมนี้ แต่ยังไม่สามารถใช้งานได้ 100% ซึ่งหากจะมีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในสัปดาห์หน้าคงจะไม่ทัน

ขณะนี้ภาพรวมการก่อสร้างอาคารมีความคืบหน้าไปแล้ว 75% โดยเฉพาะในส่วนของห้องประชุมใหญ่ “พระสุริยัน” ที่มีความคืบหน้า 95% ซึ่งอยู่ระหว่างปรับปรุงเพิ่มเติมบันไดหน้าบัลลังก์ประธานรัฐสภา โดยสามารถรองรับการประชุมร่วม ส.ส.และ ส.ว.ได้ถึง 800 ที่นั่ง คณะรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการ 59 ที่นั่ง และที่นั่งสำหรับประชาชนเข้าชมการประชุมอีก 350 ที่นั่ง หรือรวมแล้วจุคนได้กว่า 1,200 คน

นายชวน กล่าวว่า ระบบห้องพระสุริยันขณะนี้พร้อมสำหรับการใช้งานแล้ว ยกเว้นระบบร้อยสายสัญญาณการถ่ายทอด และระบบกล้อวงจรปิด รวมถึงระบบถ่ายทอดสัญญาณเสียงเรียกสมาชิกเข้าประชุม ส่วนปัญหาการเสียบบัตร หลังจากนี้เครื่องลงคะแนนจะมีเพียงพอไม่ต้องวนใช้ซ้ำเช่นเดียวกับห้องพระจันทราอีก แต่การเสียบบัตรแทนกันนั้นเป็นเรื่องของตัวบุคคล เป็นความรับผิดชอบของแต่ละคน ไม่เกี่ยวกับเครื่องลงคะแนน แต่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฏรได้เสนอให้กำหนดที่นั่งประจำของสมาชิกเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการเสียบบัตรแทนกัน

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3102986

Related links

“ชวน” ติงกมธ.ทะเลาะกันสร้างภาพลบต่อสภา ชี้ถอด”เสรีพิศุทธ์”พ้นประธานต้องดูข้อบังคับ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาความวุ่นวายของกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎรว่า ที่ผ่านมาได้เคยตักเตือนไปแล้ว โดยให้คำแนะนำไปว่าต้องไปดูแลกันเองให้ปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ เพราะทั้งหมดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แต่หากมีการร้องเรียนเข้ามาก็พร้อมเป็นตัวกลางให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกัน

“ภาพที่ออกมาไม่ใช่ภาพบวก และไม่เคยเปลี่ยนแปลงจากที่เคยปรากฎตั้งแต่ต้น ที่ผ่านมามีการร้องเรื่องการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม แต่ขณะนี้กรรมาธิการยกร่างข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการยังไม่แล้วเสร็จจึงไม่สามารถส่งเรื่องให้พิจารณาได้” นายชวน กล่าว
ส่วนการยื่นญัตติขอให้ถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกรรมาธิการฯ พ้นจากตำแหน่งนั้น นายชวน กล่าวว่า รับทราบจากข่าวแต่ยังไม่เห็นรายละเอียด ซึ่งตามหลักการสามารถทำได้ แต่ต้องดูเนื้อหาคำร้องว่าเข้าตามหลักเกณฑ์ข้อบังคับว่าจะพ้นจากตำแหน่งไปได้อย่างไรบ้าง

ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ กล่าวว่า ไม่คาดหวัง ให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานกรรมาธิการปรับปรุงบทบาทตัวเอง เพราะเคยเตือน เคยบอกแล้วแต่ก็ไม่ฟัง ดังนั้น ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย และข้อบังคับ การประชุม

“ทำงานร่วมกันยากมาตั้งแต่ต้น เนื่องจากพล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ใช้อำนาจบริหารงานตามอำเภอใจ หลายเรื่องไม่คำนึงถึงข้อบังคับ ซึ่งปัญหาเกิดจากแนวคิดของประธานโดยใช้กรรมาธิการและฐานะของประธานเป็นเครื่องมือที่จะดำเนินการทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือเตรียมเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งกรรมาธิการสามัญของสภา ไม่เคยปฏิบัติ ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ส่วนใหญ่จะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน และพูดคุยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกรรมาธิการและไม่ใช้กรรมาธิการเป็นเครื่องมือเล่นงาน รัฐมนตรี หรือส.ส. พรรคอื่น หรือมุ่งโจมตีทางการเมือง”
หากที่ประชุมสภาฯ มีมติ ถอดถอน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากกรรมาธิการ วิปทั้งสองฝ่ายอาจจะต้องคุยกันว่า โควต้าประธานกรรมาธิการจะต้องเป็นของฝ่ายใด ยังคงเป็นสิทธิของฝ่ายค้าน และ พรรคเสรีรวมไทยหรือไม่

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3086422

Related links