มติพรรคพลังประชารัฐขอ 5 รัฐมนตรี ดัน “ป้อม” มท.1-ล็อกสุริยะพลังงาน

“บิ๊กตู่” ปิดจ๊อบบอกจัดโผ ครม.ประยุทธ์ 2/2 เสร็จแล้ว แจ้งกลางวง ครม.กลางเดือน ส.ค.เรียบร้อยทั้งหมด อุบไต๋รอดู “สุริยะ” เฮหรือแห้วคุมพลังงาน “โฆษกบิ๊กอาย” ได้เป็น รมต.หรือไม่ นายกฯเป็นคนตัดสิน มติ ส.ส.พปชร.ชง 5 ชื่อ รมต. ล็อกเป้า “สุริยะ” จอง ก.พลังงาน “อนุชา” ไป รมว.อุตฯ “สุชาติ” เล็งแรงงาน “นฤมล” เสียบ รมต.ประจำสำนักฯ อ้างไม่ต้องการกดดันนายกฯ แต่เชิงสูง เสนอ “ประวิตร” ไปนั่ง มท.1หวังเดินงานการเมืองให้ราบรื่น “ลุงป้อม” ปัดไม่รับตำแหน่ง บอกเดินยังแทบไม่ไหว “สุเทพ” เสียงแข็งไม่คายจับกัง 1 ยึดคำมั่น “นายกฯตู่” ผวารอยร้าวพรรคร่วมฯ นายกฯสั่งเคลียร์ พปชร.งัดข้อ ภท.-ปชป. “อนุทิน” ฮึ่มจะทุบโต๊ะกินรวบ 7 ประธานอนุ กมธ.งบฯไม่ได้ ม็อบปลดแอกแตกตัวพรึ่บ สนท.นัดคิวชุมนุมไล่รบ.ทั่วประเทศ “บิ๊กตู่” เตือน นศ.ละเมิดก้าวล่วงประชาชนคงไม่ยอม

การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประยุทธ์ 2/2 แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะออกมาระบุรายชื่อปรับ ครม.เสร็จสิ้นแล้ว คาดว่าจะเรียบร้อยทั้งหมดกลางเดือน ส.ค. แต่เก้าอี้ รมว.พลังงานยังคงเป็นจุดอ่อนไหว ล่าสุดมติพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะส่งรายชื่อบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีให้นายกฯพิจารณา 5 ชื่อ โดยมีการเสนอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคไปเป็น รมว.มหาดไทยด้วย

ถก ครม.นัดแรกหลัง 6 รมต.ไขก๊อก

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ก.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจาก 6 รัฐมนตรีลาออก โดยก่อนการประชุมนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นำคณะผู้บริหารพบนายกฯประชาสัมพันธ์การจัดงาน “ศิลปาชีพทอใจ วิถีใหม่ใต้ร่มพระบารมี” ศูนย์ศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT นำงานศิลปาชีพและงานศิลปหัตถกรรมไทยชั้นครู-ทายาท มาจัดแสดง ระหว่างวันที่ 1-5 ส.ค. ที่เมืองทองธานี เชิญชวนคนไทยอุดหนุนผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูเศรษฐกิจและเยียวยาผู้ประกอบการหัตถศิลป์ช่วงโควิด-19 นายกฯได้ชมการแสดงโขนและกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ก่อนที่จะรบกันแม้ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือแล้ว แต่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยด้วยจึงจะปลอดภัย แล้วหันไปขอหน้ากากอนามัยให้นักแสดงทั้งหมด นำมาสวมทับหัวโขนทศกัณฑ์ แล้วหัวเราะชอบใจ

“บิ๊กป้อม” โยนถาม “ตู่” โควตาเจ้าปัญหา

เมื่อเวลา 08.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงบรรยากาศการประชุม ครม.ที่จะดูโล่งๆ หลังรัฐมนตรีหลายคนลาออกว่า ไม่เห็นเป็นอะไรเลย เมื่อถามว่าสรุปโควตากระทรวงพลังงาน ยังเป็นของนายกฯอยู่ไหม เพราะพรรคพลังประชารัฐยืนยันว่าเป็นโควตาพรรค พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไปถามนายกฯเป็นเรื่องของนายกฯ

“บิ๊กตู่” ปิดจ๊อบบอกโผ ครม.เสร็จแล้ว

เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม. ถึงการปรับ ครม. หลัง 6 รัฐมนตรีลาออกว่า จะเร่งปรับ ครม.ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เมื่อมีคนตอบรับต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติ จากนั้นนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯและถวายสัตย์ปฏิญาณ ดังนั้นขอให้สบายใจได้ว่าจะทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามอีกว่าแสดงว่าขณะนี้รายชื่อ ครม.ใหม่เรียบร้อยแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็คงงั้น เรื่องคนคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วมั้ง ตอนนี้ผู้ที่เข้ามาต้องตรวจสอบคุณสมบัติ รับรองตัวเอง เร่งเคลียร์” เมื่อ ถามย้ำว่ารายชื่อทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยอมรับว่า ก็คงเป็นไปตามนั้น

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1894683

Related links

“ประวิตร”เผยเตรียมตั้ง 9 รองห้วหน้า ปัดตั้ง”นฤมล”คุมทีมเศรษฐกิจพรรค แจงแค่ทีมร่างนโยบาย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า ได้จัดเตรียมรายชื่อรองหัวหน้าพรรคจำนวน 9 คนไว้เรียบร้อยแล้ว โดยยอมรับว่าทั้ง 9 คนมาจากทุกขั้วภายในพรรค แต่ปฏิเสธไม่ทราบว่ารายชื่อทั้ง 9 คนเป็นไปตามกระแสข่าวหรือไม่ พร้อมทั้งเตรียมแต่งตั้งโฆษกพรรคคนใหม่ด้วย

ส่วนกรณีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นหนึ่งในทีมร่างนโยบายให้กับพรรค

“ไม่ได้นำทีมเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องการเขียนนโยบาย ไม่ใช่ อ.แหม่ม เพราะเขาเป็นหนึ่งในทีมเขียนนโยบาย” พล.อ.ประวิตร กล่าว
ส่วนกรณีมีข่าวกลุ่ม 4 กุมาร ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เตรียมลาออกจากพรรคนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้มาปรึกษากับตนเอง

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงเป้าหมายการทำงานว่า ตั้งใจจะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และทำให้เศรษฐกิจดี ส่วนนโยบายด้านเศรษฐกิจต้องทำให้เศรษฐกิจฐานรากดีขึ้น และเป็นนโยบายที่ ส.ส.สามารถไปใกล้ชิดกับประชาชนได้ ซึ่งเป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3137716

Related links

“ธนกร” ท้า “หญิงหน่อย” แน่จริงให้ลูกพรรคโหวต ไม่เห็นด้วย พ.ร.ก. 3 ฉบับ

“ธนกร” สวน “หญิงหน่อย” อย่าเล่นการเมืองบนความทุกข์ของประชาชน ยัน รัฐบาลแจง พ.ร.ก.3 ฉบับ ชัดเจน ย้ำ เพื่อช่วยประชาชนสู้โควิด-19 โปร่งใส ตรวจสอบได้ ท้าถ้าคิดว่า ไม่เห็นด้วยก็บอกลูกพรรคโหวตไม่เห็นชอบ คนจะได้จดจำชั่วลูกชั่วหลาน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่า รัฐบาล ชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ ไม่เคลียร์ และไม่เห็นหัวประชาชนว่า ด้วยความเคารพ คุณหญิงสุดารัตน์ ตนรู้สึกผิดหวังอย่างมาก เพราะที่ผ่านมา ไม่ว่ารัฐบาลจะทำอะไรที่เกิดประโยชน์กับประชาชน ก็ไม่เคยถูกใจคุณหญิงสุดารัตน์เลยแม้แต่เรื่องเดียว ขนาด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม หายใจยังผิดเลยในสายตาของคุณหญิงสุดารัตน์ วันนี้รัฐบาลชี้แจง พ.ร.ก.กู้เงินได้ชัดเจน ไม่ได้ตีเช็คเปล่า เพราะมีแผนงาน มีกระบวนการตรวจสอบมากมาย ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส การออก พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับ ก็เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากไวรัสโควิด-19 จึงไม่เข้าใจว่า รัฐบาลช่วยประชาชนนั้น มันผิดตรงไหน คุณหญิงสุดารัตน์ ไม่เห็นด้วยตรงไหน ที่สำคัญเงินที่เยียวยาประชาชน ก็จ่ายตรงประชาชนถึงมือแล้ว 15 ล้านคน ส่วนงบฟื้นฟู 4 แสนล้านบาท ก็ยังไม่ได้ใช้สักบาท

นายธนกร กล่าวอีกว่า ไม่อยากให้คุณหญิงสุดารัตน์ เล่นเกมการเมืองชนิดไม่ลืมหูลืมตา จนละเลยความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน วันนี้ประชาชนเดือดร้อนจากสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้นรัฐบาลมีความจำเป็นต้องออก พ.ร.ก. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ และนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม จนประชาชนชื่นชมรัฐบาล ถ้าคุณหญิงสุดารัตน์ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.ก.3 ฉบับ ก็บอกลูกพรรคโหวตไม่เห็นด้วยได้เลย ประชาชนทั่วประเทศจะได้จดจำคุณหญิงสุดารัตน์ ไปชั่วลูกชั่วหลาน วันนี้ต้องเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ใช่เวลามาเล่นการเมืองกัน ประชาชนเดือดร้อน ต้องร่วมแรงร่วมใจกันไม่ว่าฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล และไม่ต้องห่วงเรื่องความโปร่งใส เพราะรัฐบาลนี้จะต้องไม่มีปัญหาการทุจริตเหมือนรัฐบาลในอดีตแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตนเพียงแต่ชี้แจงคุณหญิงสุดารัตน์ ด้วยความเคารพ ดังนั้น คงไม่ต้องให้ลูกรักอย่าง นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ออกมาตอบโต้ตนอีก

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1857048

Related links

ธนิกานต์ เผย กมธ.แก้ รธน.พร้อมรับฟังความเห็น ครช.นิสิต-นศ.หลังมาสภา

นางสาวธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แถลงสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมี 4 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้พิการ ประชาสังคม สตรี และกลุ่มแรงงาน โดยแต่ละกลุ่มมีตัวแทนเข้าร่วมประมาณ 30 คน โดยกลุ้มผู้พิการ ได้มีการเสนอแนะเกี่ยวกับสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ มาตรา 71 ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการเข้าถึงและโอกาสที่เท่าเทียมกันเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร กระบวนการยุติธรรม กฎหมาย รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือในการเข้าถึงการเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นประเด็นคุณภาพความเป็นอยู่ การดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และความสามารถในการสร้างอาชีพ เพื่อมีรายได้อย่างไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ และร้องขอให้เปลี่ยนถ้อยคำจาก ผู้ด้วยโอกาสเป็นคำอื่นที่มีศักดิ์ศรีมากกว่านี้

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/politic/1793964

Related links

สิระ จี้ เสรีพิศุทธ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีแต่งตั้งที่ปรึกษาไว้ล่วงหน้า ก่อนมีมติที่ประชุมกมธ.

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ได้มีหนังสือแต่งตั้งให้นายวัฒนา เป็นที่ปรึกษาฯ ซึ่งเนื้อหาในหนังสือดังกล่าว มีการระบุมติที่ประชุมกรรมาธิการฯ ลงวันที่ 20 พ.ย.62 และอ้างประกาศ ณ วันที่ 20 พ.ย.62 ลงชื่อโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดยตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดประกาศแต่งตั้งดังกล่าว จึงออกมาล่วงหน้าก่อนที่จะมีการประชุมในวันที่ 20 พ.ย.62 ซึ่งเป็นการลงนามในคำสั่งล่วงหน้าเป็นเวลา 2 วัน ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องสอบถามไปยัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถึงข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3069077

Related links

ปธ.วิปรัฐบาลชี้สถานะ “พ.ต.ท.ไวพจน์” ให้รอฟังคำพิพากษาหลังศาลชี้ชะตา 31 ต.ค.

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงสถานะของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ อยู่ระหว่างหมายเรียกของศาลให้ไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 31 ต.ค.62 ซึ่งหลังจากวันนั้น คงได้เห็นช่องทางตามกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งยอมรับว่ากังวลใจเรื่องของเสียงรัฐบาลเช่นกัน แต่ยังคงคิดไปในทางที่ดีว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ จะยังเป็น ส.ส.ให้พรรคพลังประชารัฐอยู่ ดังนั้นตอนนี้จึงยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดถึงเรื่องการวางตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ต้องรอฟังคำพากษาในวันที่ 31 ต.ค.ก่อน

สำหรับภาวะเสียงรัฐบาลที่ปริ่มน้ำถือเป็นเรื่องปกติ เรื่องของพรรคเล็กก็ต้องค่อยๆ คุยกัน ไม่น่าจะมีปัญหา ที่ผ่านมาตั้งแต่สัปดาห์แรกจนถึงสัปดาห์นี้ ซึ่งเหลืออีกไม่กี่วันก็จะปิดสมัยประชุม งานสภาถือเป็นงานหลักที่วิปรัฐบาลต้องดูแลมาโดยตลอด แม้จะลำบากแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี

ส่วนจะมีการชักชวนพรรคการเมืองอื่นๆ มาร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายวิรัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้เสียงของรัฐบาลเมื่อหักเสียงของพรรคเล็กที่แยกตัวออกไป 2 พรรค เสียงของรัฐบาลก็จะอยู่ที่ 249 เสียง เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร

“ไม่เป็นไร เราอยู่ได้ เพราะอย่าลืมว่าเสียงของ ส.ส.ทั้งสภาในขณะนี้อยู่ที่ 498 เสียง ซึ่งครึ่งหนึ่งก็คือ 249 เสียง นอกจากนี้เวลาประชุมสภา หากสังเกตก็จะพบว่าเวลาประชุมจะมี ส.ส.มาเซ็นชื่อเข้าประชุมอยู่ที่ประมาณ 400 กว่าเสียง และเวลาลงคะแนนก็จะอยู่ที่ประมาณ 200 กว่าเสียง ซึ่งถือว่าเป็นไปตามธรรมชาติ” นายวิรัชระบุ

ส่วนการเตรียมความพร้อมหากมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม นายวิรัช กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อม หากพรรคส่งผู้สมัครลงในพื้นที่ใด ก็ตั้งความหวังไว้ทุกที่ และก็หวังว่าจะมีเสียงเพิ่มมากกว่าในขณะนี้

ประธานวิปรัฐบาล ยังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ในส่วนของรัฐบาลเองกำลังประสานกับนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล เพื่อเตรียมเรื่องยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะมีการยื่นภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ (13 ก.ย.)

ส่วนกรณีที่มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่บรรจุญัตติดังกล่าวเป็นญัตติด่วนนั้น นายวิรัช กล่าวว่า หากทิ้งช่วงให้ตกผลึกสักระยะน่าจะเป็นการดี เพราะเดือนพ.ย.ก็จะกลับมาเปิดประชุมสภาฯ แล้ว ดังนั้นให้เวลาเป็นเครื่องมือช่วยให้ตกผลึกในการทำงานจะดีกว่า

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq02/3040961

Related links

“ไพบูลย์” แถลงเลิกพรรค “ประชาชนปฏิรูป” เตรียมซบ “พปชร.” ชี้ อุดมการณ์ตรงกัน

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ตนจะเลิกทำพรรค “ประชาชนปฏิรูป” เป็นไปตามมติเอกฉันท์ของกรรมการบริหารพรรคที่ให้เลิกทำพรรค เพราะเห็นว่าพรรคมี สส.แค่คนเดียว ส่วนกรรมการบริหารพรรคส่วนใหญ่ไม่มีเวลาในการจัดตั้งสาขา รวมทั้งประสานงานสร้างตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดอีก 69 พรรคตามกฎหมายเลือกตั้งสส.และพรรคการเมือง

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนเองจะต้องหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดเพื่อรักษาสถานภาพความเป็นสส.ให้ได้ภายใน 60 วัน หลังยกเลิกพรรคการเมือง เบื้องต้นได้คุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐว่าจะขอย้ายเข้าไปร่วมสังกัดกับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งพล.อ.ประวิตรก็ไม่ได้มีความขัดข้อง โดยจะขอให้อยู่ช่วยงานกับพรรคพลังประชารัฐด้านกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวจะต้องรอให้กระบวนการยกเลิกกิจการพรรคการเมืองเสร็จสิ้นตากกฎหมายก่อนที่จะต้องมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือน ส.ค. จากนั้นจะเข้าสมัคร และมีสถานภาพเป็น สส.พรรคพลังประชารัฐเต็มตัวนับตั้งแต่วันสมัคร และเป็นการเพิ่มจำนวนสส.พรรคพลังประชารัฐจาก 116 เสียง เป็น 117 เสียง

นายไพบูลย์บอกอีกว่า ตนและพรรคพลังประชารัฐมีอุดมการณ์ตรงกันคือ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ และเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้ประชาชนนำมาปฏิบัติ

ที่มา https://www.sanook.com/news/7873010/

Related links

“สิระ” เตรียมขน 8 ส.ส. ลงตรวจที่ดิน “อดีตตำรวจชั้นผู้ใหญ่” ใหญ่แค่ไหนก็ติดคุกได้

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม.พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (18 ส.ค.) ตนและ ส.ส.อีก 8 ท่านจากพรรคพลังประชารัฐและพรรคภูมิใจไทย จะลงพื้นที่ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่การก่อสร้างโครงการก่อสร้างแห่งหนึ่ง ที่ได้ยื่นคำขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยจำนวนหลายอาคารต่อเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต โดยมี อดีตตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินเเปลงดังกล่าว

โดยในวันจันทร์ที่ 19 ส.ค.จะมีการเข้าพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อสอบถามการอนุมัติการก่อสร้างที่น่าจะกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

“เรื่องนี้มีข้าราชการกระทำผิดชัดเจน โดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปโดยทางไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะฉะนั้น ตนไม่สนใจว่าที่ดินแปลงนี้จะเป็นของใคร แต่หากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ขนาดไหนก็ย่อมติดคุกได้ หากท่านทำผิดจริง รวมไปถึงข้าราชการที่ให้ความร่วมมือกระทำความผิดในครั้งนี้ก็ต้องได้รับโทษด้วยเช่นกัน” นายสิระ กล่าว

ที่มา https://www.sanook.com/news/7868610/

Related links

เปิดประวัติ “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” รัฐมนตรีอายุน้อยที่สุดใน ครม.ประยุทธ์ 2/1

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จากพรรคพลังประชารัฐ วัย 35 ปี รัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดใน ครม.ประยุทธ์ 2/1 เผยภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ไว้วางใจให้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ โดยยืนยันจะนำประสบการณ์ที่เคยเป็นข้าราชการมากกว่า 10 ปี และการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ และยืนยันพร้อมสานต่อนโยบายของรัฐบาลเก่าที่เคยทำไว้ ส่วนนโยบายใหม่จะต้องรอความชัดเจน และการมอบหมายจาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมก่อน

สำหรับประวัติของ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ หรือ แบงค์ จบการศึกษา รัฐศาสตรบัณฑิต (การเมืองการปกครอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , Master of Arts (Merit) London Metropolitan University ประเทศสหราชอาณาจักร และ บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต (การบริหารธุรกิจ) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 

นายอธิรัฐ เติบโตมาในครอบครัวนักการเมือง และดำเนินรอยตามบิดามารดา คือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ และ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ อดีต ส.ส.โคราชหลายสมัย ประสบการณ์ทางด้านการเมือง เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2554 อดีตปลัดอำเภอ จ.นครราชสีมา และอดีตปลัดอำเภอ จ.จันทบุรี ซึ่งเดิมทีอยู่สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นายอธิรัฐ ย้ายไปซบพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะได้เป็นรัฐมนตรีในที่สุด

ที่มา www.sanook.com/news/7831382/

Related links

“ปิยบุตร” จับตา 27 ส.ส.พปชร.ยื่นคุ้มครองชั่วคราว

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงกรณีที่ 27 ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐไปยื่นคำร้อง
ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญขอคุ้มครองชั่วคราว โดยอ้างว่าหากหยุดปฏิบัติหน้าที่จะกระทบกับการทำหน้าที่สำคัญนั้น ตนเองขอให้พิจารณาโดยใช้แนวทางเดียวกันกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางกฎหมายอุปสรรคต่อการดำเนินงานสำคัญของที่ประชุมสภาฯ  ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน

“หากกรณี ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐทั้ง 27 คนได้การคุ้มครองชั่วคราวแบบนี้ พรรคอนาคตใหม่ก็ขอสงวนสิทธิที่จะขอใช้สิทธิบ้าง แต่เรายืนยันว่าไม่มีช่องทาง แต่ถ้าขอได้ ผมจะขอบ้าง” นายปิยบุตร กล่าว

ส่วนกรณีที่ฝายกฎหมายของพรรคพลังประชารัฐร้องขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนคดีเป็น 2 ครั้ง คือ ให้คู่กรณีให้ปากคำก่อนจะรับหรือไม่รับ ไม่สามารถทำได้ เพราะทำได้เพียงการตั้งตุลาการคณะเล็ก ทำงานเพื่อพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง หากตุลาการคณะเล็กพิจารณาและมีความเห็นอย่างไรต้องส่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคณะใหญ่พิจารณาภายใน 5 วัน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ซึ่งหากใช้องค์คณะใหญ่ ตอนนี้ก็ถือว่าเกินช่วงเวลา 5 วันมาแล้ว และสุดท้ายหากศาลอนุญาตให้ 41 ส.ส.พรรครัฐบาลที่ทางพรรคได้ยื่นคำร้องเข้าชี้แจงก่อนวินิจฉัยว่าจะให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ แต่ทำไมกรณีของนายธนาธร ไม่มีการเปิดโอกาสให้ชี้แจงในลักษณะเดียวกันบ้าง

นายปิยบุตร กล่าวว่า สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญอยู่ในขณะนี้มีสองเรื่อง เรื่องแรกก็คือเกณฑ์ในการพิจารณาดูว่ามีการถือหุ้นสื่อ
จริงหรือไม่ และเรื่องที่สอง คือจะมีการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวหรือไม่
โดยในเรื่องแรกนั้น ได้มีแนวทางคำพิพากษาศาลฎีกาออกมาแล้วในสองคดีหลักๆ คือคดีของ นายภูเบศวร์ เห็นหลอด อดีตผู้
สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ และ นายคมสัน ศรีวนิชย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.อ่างทอง พรรคประชาชาติ ซึ่งทั้งสองคดีนี้ศาลได้ให้
แนวทางมาแล้ว ว่าให้ไปดูที่หนังสือบริคณห์สนธิ โดยถ้ามีข้อความระบุว่าทำกิจการที่เกี่ยวกับสื่อวลชน ก็ให้ถือว่าบริษัทนั้นประกอบกิจการสื่อจริง
ส่วนเรื่องที่สอง กรณีที่เกิดขึ้นกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งให้ยุติการปฏิบัติ
หน้าที่เป็นการชั่วคราว โดยระบุว่าหากปล่อยให้ปฏิบติหน้าที่ต่อไป จะส่งผลให้เกิดปัญหาทางกฎหมายและการดำเนินงานที่สำคัญในการประชุมสภา
นายปิยบุตร กล่าวว่า ในเมื่อมีข้อเท็จจริงที่คล้ายคลึงกันอย่างนี้จึงอยากเห็นว่าจะมีการใช้มาตรฐานในการพิจารณาคดีอย่าง
ไร ตนเองอยากเห็นสังคมไทยมีกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยที่มีความเท่าเทียมกัน กฎหมายที่มีอยู่ไม่ได้ทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น
จริงหรือไม่ ความยุติธรรมจะเกิดขึ้นจริงจากศรัทธาและการประเมินของประชาชน
“ขอให้มีมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเที่ยมกัน สิ่งที่เหมือนกันต้องได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน สิ่งที่ต่างกันก็
ต้องได้รับการปฏิบัติต่างกัน” นายปิยบุตร กล่าว

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq02/3005832

Related links